Subscribe Newsletter
Page:12 Next

เพิ่มมาดเท่สไตล์หนุ่มไบเกอร์



หลังจากที่ได้ชมคอลเลคชั่นเสื้อผ้าผู้ชายประจำฤดูร้อน 2011 จากแบรนด์ดังอย่างเบอร์เบอรี่แล้ว ทำให้เกิดไอเดียอยากนำแฟชั่นสไตล์หนุ่มไบเกอร์มาดเท่มาฝากเพื่อนๆ ชาว 2bemen ให้นำไปลองมิกซ์ แอนด์ แมทช์ เสื้อผ้า เพื่อปรับเปลี่ยนลุคเพิ่มมาดหนุ่มสุขุม แบบวินเทจกันดูคะ



ภาพรวมของแฟชั่นสไตล์ Biker boys ส่วนมากจะมาในโทนสีที่แสดงความเป็นตัวตนที่ง่ายๆ อาทิ สีดำ สีขาว สีเทา ควันบุหรี่ สีเขียวกากี สีเหลืองอำพันออกบรอนซ์ สีถ่านหิน สีเขียวตะไคร่น้ำ สีแทน สีน้ำตาลส้ม สีน้ำตาลแดง สีน้ำตาลอ่อน สีเทา ฯลฯ



พร้อมเสริมความก๋ากั่นสไตล์สิงห์นักบิด (Heritage Biker) ด้วยเทรนช์โค้ต แจ๊กเก็ตตัวสั้น แจ๊กเก็ตกระดุมสองแถว กางเกงเทย์เลอร์ทรงสลิม เสื้อกั๊กผ้าเจอร์ซี่ กางเกงทรงสลิม เสื้อนิตติ้งแต่งดีเทลหนัง
นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานไอเท็มเท่ๆ แนวทหารหาญ อาทิ เข็มขัดโลหะแบบทหาร ดีเทลหมุดโลหะหมุดประดับแบบทหารเรือ รวมทั้งซิปผสมกับหนัง การจับพลีตเพิ่มวอลุ่ม โชว์รอยกลับตะเข็บ ฯลฯ  เพื่อเพิ่มดีเทลให้ดูน่าสนใจ เผยสไตล์ความคลาสสิกแบบวินเทจมากขึ้นคะ



สุดท้ายคือ แอคเซสซอรี่ที่ขาดไม่ได้สำหรับหนุ่มไบเกอร์สุดเนี้ยบ คือ กระเป๋าสะพายใบโต หรือกระเป๋าผ้าแคนวาสแต่งขอบด้วยหนัง แต่ที่อินสุดๆ คลูแบบหนุ่มนักบิด ก็ต้องแว่นกันแดดทรงโมเดิร์นสีดำคะ 

แฟชั่นชุดทำงานชาย

การเลือกชุดทำงานแต่ละครั้งสำหรับหนุ่มๆ ทั้งหลายคงจะไม่พ้นการเลือกกางเกงสแล็คหรือกางเกงยีนส์  ที่มักจะจับคู่กับเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อยืด โดยเฉพาะหนุ่มๆ ออฟฟิตที่มียูนิฟอร์มอยู่แล้ว จะโชคดีตรงที่ไม่ต้องลุกขึ้นมาแต่งตัวตามกระแสแฟชั่นกันให้เหนื่อย แต่การที่ต้องใส่ชุดทำงานแบบเดิมซ้ำกันทุกวันๆ คงจะดูน่าเบื่อไม่น้อยเลยนะคะ

2bemen วีคนี้ เลยนำภาพแฟชั่นชุดทำงานชายเท่ห์ๆ ของหนุ่มออฟฟิศจากต่างประเทศมาฝาก เพื่อเป็นไอเดียให้คุณผู้ชายบ้านเราได้ลองนำมามิกซ์ แอนด์ แมทช์กันดูค่ะ 


Look 1# ชุดทำงานในวันสบายๆ แบบชิลๆ

เริ่มต้นด้วยเสื้อยืดไหมพรมสีขาวที่มาพร้อมลายกราฟฟิกเก๋ๆ แล้วสวมทับด้วยเบลเซอร์สูท แนวลำลองสีเขียว จับคู่กับกางเกงยีนส์ขาเดฟสีน้ำเงินเข้ม เพิ่มความเท่ห์ให้ลุคสมาร์ทด้วยรองเท้าหนังสีน้ำตาลที่ดูเข้าคู่กับหมวก และเข็มขัด


 

Look 2# ชุดทำงานแบบแนวๆ ที่เท่ห์ไม่ซ้ำใคร

ลุคนี้มาในโทนสีเข้มด้วยกางเกงยีนส์ขาเดฟ สีดำ แต่เพิ่มความสนุกด้วยการจับคู่กับเสื้อยืดตัวในสีแดง แล้วสวมทับด้วยเบลเซอร์สูทลายสก๊อต แอบเก๋ด้วยผ้าพันคอสีเทาแบบเรียบง่าย ก็ทำให้ได้ชุดทำงานลุคเท่ห์ๆ แบบไม่ซ้ำใครแล้วล่ะคะ


 

Look 3# ชุดทำงานแบบเรียบๆ และมีสไตล์

เลือกเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวแบบพอดีตัว สวมทับด้วยเสื้อสูทสีฟ้าฟ้าอ่อน จับคู่กับกางเกงยีนส์ขาเดฟสีดำ และเพิ่มความสนุกด้วยโบสีแดง เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ชุดทำงานแบบเรียบๆ และดูมีสไตล์ในแบบของคุณแล้วคะ

 


Look 4#
ชุดทำงานแบบสุภาพ และดูดี

แฟชั่นชุดทำงานชายแบบสุภาพ และดูดีที่มาพร้อมกับกางเกงสแล็ค และเสื้อสูทที่มาในโทนสีเทา ส่วนด้านในเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวแบบเรียบๆ ที่จับคู่แล้วเข้ากันได้อย่างลงตัว

 

วิธีการเลือกเน็คไทให้ดูเจ๋ง

เรามีวิธีง่ายๆ ที่ให้คุณเลือกเน็คไทคุณภาพดีๆ เสริมให้สูทชุดสวยของคุณยิ่งเลอเลิศเพอร์เฟ็คท์ เลือกให้ดีต้องดูที่คุณภาพ โดยมีขั้นตอนในการเลือกดังต่อไปนี้ค่ะ

1. เลือกที่มีความยาวและความกว้างที่เหมาะเจาะ กับขนาดของตัวผู้สวมใส่ และ กระแสนิยมของแฟชั่น แต่ขนาดที่เป็นมาตรฐานทั่วไปคือมีความยาว 54 นิ้ว และกว้าง 3 1/4 นิ้ว

2. ลองสัมผัสเน็คไทว่าเนียนนุ่มมือ อ้อต้องเป็นแบบผ้า 3 ชิ้น เย็บเข้าด้วยกัน  ไม่ใช่แบบ 2 ชิ้นดูดีๆ

3. ตรวจดูการเสริมด้านใน ควรจะมีการเสริมที่ปลายแต่ละด้าน และใช้วัสดุซึ่งมีส่วนผสมของเส้นใยขนสัตว์

4. พลิกด้านในของเน็คไทดูเพื่อดูความเรียบร้อยของเน็คไท ว่าไม่มีด้ายที่หลุดลุ่ย ของดีเวลาตลบตรงปลายแล้วยังคงรูปเหมือนเดิมจำไว้

5. พับแบ่งครึ่งเน็คไทแล้วสังเกตุว่าเน็คไทด้านที่แคบกว่า ได้ระดับตรงกลางกับด้านที่กว้างกว่าหรือไม่ ตรงนี้จะมีผลเวลาผูกเน็คไททำให้ราบไปกับแผ่นอกของคุณอย่างสวยงาม



เลือกเน็คไทที่สีสันและลวดลาย
 

1. เลือกลวดลายของเน็คไทที่เข้ากันกับเสื้อเชิ้ตของคุณ อย่าให้มันมาแข่งกันเอง พึงสังเกตุว่าต้องการให้เสื้อดูโดดเด่นจงเลือกเน็คไทที่เรียบและไม่ฉูดฉาด หากต้องการโชว์ลวดลายของเน็คไทก็ใช้เสื้อเชิ้ตที่มีลวดลายเรียบๆ เป็นต้น

2. เลือกสีเน็คไทถ้าไม่ตัดกัน ก็ให้เลือกเฉดเดียวกันกับเสื้อ รับรองว่าเข้ากันได้ อย่างเสื้อสีน้ำเงินหรือสีฟ้า อาจใช้เน็คไทสีเหลืองหรือ จะลองแบบเฉดเดียวกัน อย่างเสื้อสีม่วงอ่อน จัดเข้าคู่กับเน็คไทสีม่วงเข้ม



ข้อแนะนำ

โดยทั่วไปแล้ว อย่าให้ลวดลายของชุดเสื้อผ้ามีมากกว่า 2 ชิ้น เช่นถ้าสูทลาย
เน็คไทก็ลาย ให้เลือกเสื้อเชิ้ตสีเรียบ
 
การ แต่งตัวเพื่อพบปะด้านธุรกิจ หรือสัมภาษณ์งาน ควรเลือกใช้เน็คไทแบบเรียบๆ ทั้งลายและสีจะดีกว่า แต่ถ้าเป็นงานที่ไม่เป็นทางการนักล่ะก็ เน็คไทคุณจะเปรี้ยวจะเผ็ดก็ไม่มีใครว่าคุณ

การเลือกหมวกให้เหมาะกับหนุ่มๆ


เครื่องประดับหลักๆของผู้ชายก็มีแค่ไม่กี่ชิ้น หมวกก็ถือเป็นอีกอย่างที่นิยมใส่กัน ซึ่งถ้าสังเกตุกันจริงๆแล้ว บางคนก็เลือกหมวกไม่ค่อยเหมาะกับตัวเอง พาลจะทำให้ดับเอานะคะ วันนี้เลยมีวิธีการเลือกหมวกมาฝากกันค่ะ


          1. สำรวจรูปร่างคุณก่อน ถ้าคุณเป็นคนตัวเล็ก อย่าหยิบหมวกที่ทรงใหญ่มาใส่เด็ดขาด เพราะจะทำให้ยิ่งดูตัวเล็กเข้าไปอีก

          2.  หนุ่มๆ ที่มีคาเร็กเตอร์เป็นตัวของตัวเองสูง ใส่หมวกได้ทุกทรง แค่ระวังอย่าใส่ขนาดใหญ่เกินไป ไม่อย่างนั้นจะหาคาแร็กเตอร์ไม่เจอ

          3. เวลาใส่หมวกต้องระวังอย่าให้หมวกปิดบังหน้าตาอันหล่อเหลาของคุณ อย่างน้อยเวลาใส่หมวกปีกหมวกควรอยู่เหนือคิ้วสักนิด

          4. หมวกใบสวยและแว่นกันแดดสุดเท่ คือสองสิ่งคู่กายอันดับต้นๆ ของผู้ชาย อย่าลืมว่าเทคนิคการใส่ต้องให้เข้าคู่กันแบบแมตช์สีแมตซ์ชุดเลยยิ่งดี ถ้าพลาดจับคู่ผิด ไม่แมตช์กันแถมยังไปคนละทางแล้วจะหาว่าไม่เตือน

          5. คนที่ชอบใส่หมวกลายแปลกๆ ดีไซน์เยอะๆ ควรจะต้องเบรคสีของเสื้อผ้า ให้เป็นสีแนวโมโนโทนไว้จะดีที่สุด

          6. สำหรับหมวกแก๊ปแนวสปอร์ตใช่ว่าจะเหมาะสำหรับเล่นกีฬาเท่านั้น แต่ยังเข้ากันได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกางเกงยีนส์ตัวโปรดของคุณ

          7. หมวกสานแนวคาวบอยสุดฮิป เอาไว้ใส่เดินเล่นเท่ๆ ริมทะเลกับหวานใจ แถมยังแบ่งกันใส่ได้อีกด้วย


สวมสูทได้อย่างมั่นใจมากขึ้นด้วยเทคนิคง่ายๆ

มีการสำรวจกันว่า หนุ่มลอนดอนในวัยทำงาน ร้อยละ 24 มีสูทมากกว่า 5 ชุดในตู้เสื้อผ้า และแน่นอนว่า เกือบทั้งหมดนั้นมีอยู่สองหรือสามเฉดสี นั่นคือ ดำ เทา และกรมท่า และนั่นก็เป็นสีที่ร้านตัดสูทดีๆ จะแนะนำให้คุณเป็น 3 สีแรก การใส่สูทก็เช่นกัน มีกฎง่ายๆ ที่จะทำให้คุณแต่งสูทได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น



>>ชุดสูทก็เหมือน จักรยาน นั่นคือมันมีรูปแบบอย่างนี้มานานกว่าศตวรรษ เป็นรูปแบบของการพัฒนาเครื่องแต่งกายขั้นสูงสุด การใส่สูทที่ดีก็คือยึดหลักง่ายๆ ในการสวมใส่ของสูทแบบนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น 3 กระดุม 5 กระดุม หรือ 2 กระดุม จริงๆ แล้วการสวมสูท เป็นเรื่องง่ายที่สุดที่จะทำให้คุณดูดีได้ แต่พยายามอย่าทำสูทให้กลายเป็นอย่างอื่น เช่น จับคู่สูทกับกางเกงยีนส์ หรือการจับคู่สูทกับรองเท้าผ้าใบสีแสบ

**แต่เราขอร้องอย่างหนึ่ง อย่าเหน็บซองมือถือตรงเข็มขัด เพราะต่อให้คุณมีสูทสวยขนาดไหน มันก็ไม่รอดจริงๆ ค่ะ :'(



>>วิธีการซื้อสูทที่ดีที่สุดคือสั่งตัด หากคุณต้องการจะซื้อสูทจริงๆ คุณต้องมั่นใจว่า สูทนั้นพอดีกับรูปร่างของคุณ เพราะการใส่สูทแบบพอดีตัว นอกจากจะบอกให้ทุกคนรู้ว่าคุณไม่ได้ยืมของใครมาใส่แล้ว ยามที่คุณตัดสูท ช่างตัดสูทบางคนอาจชินกับการตัดสูทแบบคลาสสิก แต่หากคุณต้องการให้กางเกง หรือเสื้อสูทพอดีตัวและเข้ากับสไตล์ของคุณขึ้นอีกนิด คุณก็สามารถขอให้ช่างทำในแบบที่คุณต้องการได้ และเชื่อเถิดว่าเมื่อออกมาแล้ว มันจะกลายเป็นสูทตัวเก่งของคุณไปอีกนาน


 
>>ส่วนสูทสีแดง เขียว ฟ้า หรือว่าเหลือง สีเหล่านี้จะทำให้คุณดูเป็นพนักงานของบริษัทอะไรสักอย่างมากกว่าจะเป็นอย่างอื่นไปได้ แต่ถ้าชอบจริงๆ ก็สามารถหยิบมามิกซ์ แอนด์ แมทช์กับสไตล์ของคุณได้ไม่เสียหายค่ะ แค่ไม่เลือกใส่สูทกับกางเกงที่เป็นสีเดียวกันก็พอ เพราะไม่งั้นคุณอาจจะกลายเป็นตัวตลกได้นะค่ะ


 
>>สูทที่ดีคือสูทที่คุณใส่แล้วดูเหมือนไม่มีสี หมายถึงไม่มีใครสะดุดตากับสีที่แปลกตาของมัน ซึ่งสีสูทที่คลาสสิก ก็มีไม่กี่สีเช่น ดำ เทา กรมท่า น้ำตาล คุณอาจเปลี่ยนเฉดสีได้อีกนิดหน่อย หรืออาจเพิ่มลูกเล่นด้วยลายขวางเส้นเล็กๆ บนสูทของคุณให้ดูน่าสนใจมากขึ้น และแน่นอนว่าความไม่มีสีนี้หมายถึงรองเท้า เข็มขัด ที่น่าจะไปด้วยกัน ส่วนเนคไท และเสื้อเชิ้ตคุณสามารถเล่นสนุกได้บ้าง แต่ก็อย่าให้มันเด่นจนเด้งออกมาจากสูทของคุณมากเกินไป


 
**แค่นี้ต่อให้คุณไม่เคยมีสูท ไม่เคยซื้อสูท ก็สามารถเลือกสูทให้เหมาะกับคุณได้ไม่ยาก และสูทจะพลังมากขึ้นหากคุณเลือกใช้เนื้อผ้าที่ดี มีน้ำหนัก แต่ต้องไม่หนาจนเกินไป ปัจจุบันผ้าที่นิยมส่วนมากยังเป็นผ้าวูล เส้นใยเบอร์ 150 ซึ่งไม่หนาจนเกินไป เพื่อให้เหมาะสมกับอุณหภูมิของโลกที่ร้อนขึ้นนั้นเองค่ะ

Page:12 Next