Subscribe Newsletter
Page:123456789101112 BackNext

ภาษากาย บ่งบอกอะไรได้มากกว่าที่คิด



ภาษาที่เราใช้กันมีมากมายและที่มองข้ามไปเสียมิได้นั่นคือภาษากาย ลองมาดูกันว่าคนใกล้ตัวคุณแสดงภาษากายแบบไหนและหมายความว่ายังงัยกันแน่

จูบที่ มือ หมายถึง มิตรภาพ

จูบที่ จมูก หมายถึง คุณน่ารักมาก


จูบที่ แก้ม หมายถึง ฉันต้องการเธอ


จูบที่ คอ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉัน 



จูบที่ ริมฝีปาก หมายถึง ฉันรักเธอ


จูบที่ เปลือกตา หมายถึง ฉันกำลังหลงรักเธอ


เอาแหวนของคุณไปใส่ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉันคนเดียว ตลอดไป



ให้ของขวัคุณเป็นประจำ หมายถึง เค้าเอาใจใส่ และคิดถึงคุณตลอดเวลา


จับมือ หมายถึง ฉันชอบเธอ


มองเข้าไปในตาของคุณ หมายถึง เธอรักฉันหรือเปล่า


บีบนิ้วของคุณ หมายถึง ฉันอยากจะจูบเธอ


ลูบไล้เบา ๆ ที่หัวไหล่ หมายถึง อยากจะเอาใจเธอ


กัดริมฝีปาก หมายถึง ฉันหึงนะ



ขยิบตาให้ หมายถึง ขอฉันไปกับเธอนะ


เล่นผมของคุณ หมายถึง ฉันชื่นชมเธอ


เหยียบเท้าคุณ หมายถึง ฉันเกลียดเธอ


พูดว่า "คิดถึงคุณ" หมายถึง ฉันใส่ใจเธอเสมอ


พูดว่า "คืนนี้ จะฝันถึงคุณ" หมายถึง คุณเป็นคนพิเศษ


พูดว่า "อยากจะอยู่กับคุณตลอดเวลา" หมายถึง คิดถึงคุณทุกลมหายใจ



แอบหอมคุณ หมายถึง เค้าคนนั้นเป็นคนที่สวีทสุดๆ


คราวนี้หนุ่มๆขี้อาย ก็มีวิธีบอกรักสาวๆได้แล้วล่ะ อาจจะตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง อันนี้ก็แล้วแต่แนวคิดของแต่ละคนนะคะ

วิกฤตชีวิต 10 ประการ ที่ไม่ควรออกเดท


การออกเดทคือการทำความรู้จักกับคนใหม่ในเชิงชู้ สาว ดังนั้นเพื่อไม่ให้การเดทต้องล่มทั้งที่ควรจะเวิร์ค ก็ควรหลีกเลี่ยงหากชีวิตกำลังเกิดวิกฤตดังต่อไปนี้

1.ตกงาน
มี ผู้รู้กล่าวไว้ว่า มนุษย์ทุกคนต้องการอยู่สองอย่างคือ งานกับความรัก ซึ่งจริงๆแล้วในระยะยาวการหางานทำมักง่ายกว่าการค้นหาความรัก ดังนั้นอย่าคิดว่า ว้าว ตกงานแล้วฉันจะได้มีเวลาออกเดทมากขึ้น สิ่งที่ควรโฟกัสเป็นอย่างแรกคือ ใช้เวลาและพลังงานมาสร้างความมั่นคงให้ตัวเองด้วยการมุ่งมั่นหางานใหม่ เพราะเงินเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิต การตกงานทำให้สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง และการออกเดทจะเวิร์คสุดๆก็ต่อเมื่อทั้งคู่มั่นคง มั่นใจและมีความสุข


2.ไม่มีที่อยู่
น่าแปลกใจที่เดี๋ยวนี้คนมัก ย้ายมาอยู่ด้วยกันทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน เพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่งถูกไล่ที่หรือสูญเสียที่พักด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งไม่ใช่เหตุผลที่เข้าท่านัก ความจำเป็น ไม่ใช่พื้นฐานที่ดีสำหรับความสัมพันธ์แบบระยะยาว การตัดสินใจย้ายมาอยู่กับคนอื่นเป็นเรื่องซีเรียส ไม่ควรตัดสินใจแบบฉาบฉวย และไม่ควรทำเพราะจำเป็นต้องหาที่ซุกหัวนอน ทางที่ดีลองหาอพาร์ทเม้นต์หรือรูมเมทแล้วลืมเรื่องเดทไปสักพักจนกว่าจะหา บ้านเป็นหลักแหล่งได้ เพราะบ้านเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญ เหมือนเป็นที่หลบภัยจากโลกภายนอก การไม่มีบ้านจะทำให้เครียดได้

3.เสียเพื่อน
มิตรภาพ ต่างจากการออกเดทอย่างแน่นอนที่สุด การเสียเพื่อนไปไม่ว่าแบบไหนย่อมมีผลกระทบต่อการเดท ถ้าเพื่อนย้ายไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ก็ลองไปหางานอดิเรกทำเพื่อให้ยุ่งเข้าไว้ และเจอคนหน้าใหม่บ้าง ถ้าดูดีเข้าท่าเข้าทางก็จะได้จัดการอัพเกรดเป็นเพื่อนกันไป หรือไม่ก็เขียนจดหมายหรือส่งอีเมล์ไปคุยกับเพื่อน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบไม่ให้ขาดหายกันไป


4.พ่อแม่เสียชีวิต
หนึ่งในโศกนาฏกรรมชีวิตที่ ทุกคนต้องเจอคือการสูญเสียบุพการี ทำให้เรากลายเป็นกำพร้าไม่ว่าจะอายุแก่หงำเหงือกแค่ไหนก็ตาม ซึ่งจะสร้างความรู้สึกโศกเศร้าหดหู่ให้กับชีวิตไปช่วงเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่เป็นส่วนสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับการออกเดทมาก เพราะท่านทั้งสองเป็นบุคคลแรกๆในชีวิต และอาจเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดซึ่งทำให้เราเรียนรู้การเป็นผู้หญิงหรือ ผู้ชาย เราเรียนรู้ด้วยการมองดูการกระทำของพ่อแม่และเลียนแบบ การสูญเสียท่านจึงต้องเยียวยาให้หายดีเสียก่อนจะออกไปสานสัมพันธ์กับมนุษย์ อื่นต่อไป

5.หมาตาย
ไม่ ว่าจะเป็นแมว นกแก้ว ปลา หรือสัตว์เลี้ยงใดๆ ตามหลักจิตวิทยาถือว่าสัตว์เลี้ยงคือวัตถุทางความรัก เราทั้งกอดทั้งโอบอุ้มเลี้ยงดูมัน แต่การรับมือกับสัตว์เลี้ยงแตกต่างกับคน (ถึงแม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต้องดูแลมากแค่ไหน สิ่งที่มันทำไม่ได้ก็คือพูดคุย เหน็บแนม สอพลอ โต้เถียงกับเรา หรือไปบ่นกับแม่เราว่าเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้) อย่านำมาปนกันให้สับสนค่ะ


6.สับสนชีวิต
ถ้ารู้สึกว่าชีวิตกำลังสับสน ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครหรือต้องการอะไร แถมยังมีความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ที่อยากซ่อนเอาไว้ และหนึ่งในวิธีซ่อนที่ดีที่สุดคือจับตัวเองเข้าไปอยู่ในชีวิตคนอื่น ปัญหาก็คือไม่ว่าช้าหรือเร็วเราก็ต้องเอาชีวิตตัวเองกลับคืนมาอยู่ดี เพราะฉะนั้นจัดการกับชีวิตตัวเองให้เรียบร้อยเสียก่อนค่อยเริ่มเกี่ยวพันกับ คนอื่น


7.แต่งงานแล้ว
จริงๆ แล้วข้อนี้ไม่เห็นต้องบอกเลยนิ คนแต่งงานแล้วและมีคู่เป็นตัวเป็นตนจะออกเดทได้อย่างไร ถ้าอยากเดทก็อย่าแต่งงาน และถ้าแต่งงานแล้วก็จัดการกับชีวิตคู่ของตัวเองซะ ถ้าไม่ไหวจริงๆก็แยกทางกันไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราว อย่าไปลากคนอื่นมาเดือดร้อนเลยค่ะ ในทางตรงกันข้ามถ้ายังโสดอยู่ก็อย่าไปยุ่งกับคนแต่งงานแล้ว อย่าไปเสียเวลากับคนที่ไม่ซื่อสัตย์กับคู่ของตัวเองดีกว่า คนที่แต่งงานแล้วก็แค่มาทำเฟลิร์ทเรี่ยราดแก้เซ็ง อย่าไปยุ่งด้วยเป็นดีที่สุด


8.ยังคบกับใครอยู่
สิ่งที่ไม่ควรทำคือเดทกับคน หนึ่งโดยที่ยังคาราคาซังอยู่กับอีกคน จริงๆแล้วการเดทหลายคนในเวลาเดียวกันก็ทำได้ถ้าไม่โกหกกัน แต่ก็ทำได้แค่เฉพาะช่วงแรก เพราะพอถึงจุดหนึ่งก็ต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง และเลิกกับคนที่เหลือ ไม่มีใครเดททีละหลายคนได้ตลอดไป และคนพวกนั้นก็จะไม่ยอมเป็นช๊อยส์ให้เลือกอยู่แบบนี้ตลอดไปเช่นกัน


9.แยกกันอยู่
การ แยกกันอยู่ก็ยังหมายความว่าแต่งงานแล้วนั่นละ ยังไงก็ยังค้างคากันอยู่นั่นเอง การเดินออกไปจากความสัมพันธ์ที่อยู่กันมานานเป็นเรื่องยากมาก แต่การใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือช่วยเยียวยาความรู้สึกทางอารมณ์นั้นไม่เวิร์ค หรอกค่ะ แถมยังเป็นพฤติกรรมที่ไม่น่ารักและไม่ยุติธรรมต่อคนๆนั้นเลย


10.หย่าร้างไม่ถึงหนึ่งปี
ถึงแม้ว่าแยกกันอยู่ และตัดใจเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังต้องใช้เวลาเยียวยาเรื่องนี้อยู่ดี เพราะอาการหวนคิดคำนึงถึงความทรงจำเก่าๆมักผุดโผล่ขึ้นมาเป็นระยะ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดอารมณ์และความรู้สึกพวกนี้ไม่ให้กำเริบซ้ำ ซากก็คือหลังหย่าร้างควรรอเวลาสัก 1 ปีแล้วค่อยเริ่มต้นเดทอีกครั้ง เวลาหนึ่งปีจะทำให้เรารู้ว่าควรทำอะไรให้ตัวเองได้บ้าง และความผิดพลาดที่ผ่านมาเกิดจากอะไร จะได้เป็นบทเรียนไม่ให้เกิดขึ้นอีก การงดเดทหนึ่งปีไม่ได้หมายความว่าต้องกักบริเวณตัวเองอยู่กับบ้าน เราสามารถออกไปเที่ยวกับเพื่อนเพศเดียวกันได้ ไปทำงาน ออกกำลังกาย เข้าคอร์สอะไรสักอย่าง เข้าสัมมนาหรือกิจกรรมสาระพัด นี่คือเวลาที่เราสามารถลงทุนเพื่ออนาคต และเมื่อเวลาหนึ่งปีผ่านพ้นไป ความมั่นใจในตัวเองและสมดุลชีวิตก็จะกลับคืนมา ชีวิตจะสดใสปิ๊งปั๊งอีกครั้ง.

ในบางครั้ง คนเราก็ควรใช้เวลาอยู่กับตัวเอง เพื่อคิดทบทวนถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนะคะ.....

10 วิธี ดูแลความรัก... คนรัก อยู่เสมอ


วันนี้มีวิธีดูแลความรักและคนรักมาฝากตั้ง 10 ข้อ ดูซิว่า ข้อไหนที่จะทำได้บ้าง

1. ดูแลความรัก หมั่นเติมความรักอยู่เสมอ อย่าลืมเลือกเวลาเหมาะ ๆ เพื่อใช้ในการพูดคุยกัน หมั่นแลกเปลี่ยนความคิดกันบ่อย ๆ

2. กล้าหาญกับความรู้สึก คุณควรจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณกับคนที่อยู่ข้างตัวบ้าง

3. คิดก่อนพูด เพราะคำพูดที่หลุดออกมาจากปากนั้น ไม่สามารถย้อนกลับคินได้

4. มีการให้เวลานอก เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มอึดอัด เบื่อหน่าย หรือเกิดการขัดแย้งที่ชักจะบานปลายเป็นเรื่อง หรือเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พร้อมที่จะตอบคำถาม ไม่มีการกดดันกันให้เวลาเพื่อพักโดยไม่ถามเหตุผล ให้โอกาสในการพูดเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของแต่ละคนตามความพร้อม

5. ฟังกันบ้าง ถ้ารู้จักฟังจะทำให้ความเข้าใจตรงกัน เมื่อไม่เข้าใจกันก็จะได้ถาม ได้อธิบาย ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้น

6. เพิ่มรักให้เหนียวแน่น เช่น เอ่ยชมกันและกันบ่อย ๆ การ เอ่ยชมคนรักบ่อย ๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้เขารู้สึกดีเท่านั้น แต่จะมีผลในแง่ความรู้สึกของคนที่ชมด้วย

7. หัดใจเย็นมากขึ้น เมื่ออารมณ์ขุ่นมัว ตัดสินใจอะไรผิด ๆ ได้ง่าย การทำตัวเย็นจะทำให้ฝ่ายเกรงใจ

8. คอยตักเตือนในสิ่งที่เขาทำผิดพลาด เมื่อเห็นว่าเขาทำอะไรไม่ค่อยเข้าท่า ก็อย่าลืมคอยเตือนเขาไว้บ้าง เตือนด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ไปตำหนิเขา

9. เมื่อทะเลาะกันไม่มีคำว่าฉันหรือเธอ แต่ความเป็นคำว่าเราทั้งคู่ จะทำให้รู้สึกว่าทั้งสองคนยังมีค่าพอสำหรับกันและกัน อย่างน้อยก็ยังไม่แบ่งแยกแบบตัวใครตัวมัน จะทำให้ดีกรีความรุนแรงเมื่อทะเลาะกันน้อยลง

10. ขอร้องเมื่อต้องการ...ไม่ใช่สั่ง หลายเรื่องที่บางครั้งเราไม่พอใจ และอยากให้เขาเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้ถูกใจเรา ให้ขอร้องเราดี ๆ ด้วยเหตุผล อย่าสั่งเด็ดขาด


ความรัก ใครๆก็อาจจะมีได้ แต่จะเป็นความรักที่มั่นคงและยั่งยืนหรือเปล่า อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของทั้ง2ฝ่ายด้วย ถ้ารู้จักรักษาความรักไว้ให้ดีอย่างสม่ำเสมอก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่านะคะ อย่าลืมว่า รักได้ก็เลิกรักได้เหมือนกัน ขอให้ความรักของหนุ่มๆ 2bemen เป็นความรักที่ดีตลอดไปนะคะ ^__^

ความรัก ใครๆก็อาจจะมีได้ แต่จะเป็นความรักที่มั่นคงและยั่งยืนหรือเปล่า อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของทั้ง2ฝ่ายด้วย ถ้ารู้จักรักษาความรักไว้ให้ดีอย่างสม่ำเสมอก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่านะคะ อย่าลืมว่า รักได้ก็เลิกรักได้เหมือนกัน ขอให้ความรักของหนุ่มๆ 2bemen เป็นความรักที่ดีตลอดไปนะคะ ^__^

6 วิธี จีบสาวๆอย่างไรให้ได้รักแท้

ก่อนอื่นต้องบอกว่า สังคมยุคสมัยนี้ อะไรๆก็เปลี่ยนไปมากมาย หลักการหรือวิธีต่างๆอาจจะเหมาะกับบางคน ในทางกลับกันก็อาจจะไม่เหมาะกับบางคนก็ได้นะคะ สิ่งที่นำมาบอกเล่ากันในวันนี้ก็อยากให้ได้ลองนำไปปรับใช้กันค่ะ ดูว่าสาวคนนั้นเป็นแบบไหน เลือกใช้วิธีให้ถูกก็เป็นต่อแล้วล่ะค่ะ


1.สร้างความประทับใจ
เทคนิค การสร้างความประทับใจเมื่อแรกพบ ไม่ใช่เรื่องยาก ก่อนอื่นเราต้องเป็นตัวของตัวเอง  ลองสื่อออกมาให้เธอเห็น ด้วยการใส่รองเท้าคนละสี นุ่งกางเกงฟิตเปรี๊ยลายสก็อต ตด-เรอเสียงดัง หรือแคะขี้มูกออกมากิน เป็นต้น ทำให้เธอรู้ว่า คนอย่างเราเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใส่หน้ากาก ทำไมต้องเหมือนใคร จะรักกันต้องรักกันที่ใจ 

2.แสดงความเป็นผู้นำ
ใน การเลือกคู่ครอง ผู้หญิงร้อยทั้งร้อย ต้องเลือกผู้ชายที่มีความเป็นผู้นำสูง เป็นเสาหลักของครอบครัว เราต้องโชว์จุดนี้ให้ผู้หญิงเห็น โดยการทำตัว เป็นผู้นำทุกครั้งที่อยู่กับเธอ ผู้หญิง คงไม่ชอบให้เราเป็นผู้ชายที่คอยแต่เดิน ตามเธอต้อยๆ เวลาเดินด้วยกันเราจึงควรเดินนำหน้าเธออย่างน้อย 20 เมตร ให้เธอเห็นว่าเรามีความเป็นผู้นำสูงจริงๆ  เวลาเปิดประตู ก็เปิดแล้วเดินนำเข้าไปก่อน หรือปิดประตูใส่หน้าเธอเลยก็ได้ คนเป็นผู้นำต้องมองไปข้างหน้าอย่างเดียว อย่ามัวห่วงหน้าพะวงหลัง เหมือนบอกเป็นนัยๆให้เธอรู้ว่า คุณเป็นคนมองการไกล แน่วแน่ ไม่ถอยหลังง่ายๆ

3.ให้เกียรติผู้หญิง
ถึงแม้หญิงชายสมัยนี้จะเท่าเทียมกันหมด แต่ผู้หญิงจะรู้สึกดีกับผู้ชายที่ให้เกียรติเธอ เราจึงควรแสดงจุดนี้ให้เธอเห็น เพื่อเธอจะได้ชื่นชมในตัวเรา เช่น เวลาสั่งเหล้ามากิน เราต้องให้เกียรติเธอด้วยการให้เธอเป็นคนจ่ายทุกครั้งย้ำนะว่าทุกครั้ง เคยไม่จ่ายอย่างไร ก็ไม่จ่ายอย่างนั้น เดี๋ยวเธอจะมองว่าเราไม่เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย

4.แสดงความรักบ่อยๆ
การวางตัวเฉยแบบคุณชายในหนัง อาจทำให้เธอคิดว่าคุณไม่สนใจเธอ ไม่อบอุ่น ไม่น่าอยู่ใกล้ เราจึงควรแสดงออกด้วยการถูกเนื้อต้องตัวเธอทุกครั้งที่มีโอกาส ตรงไหนจับได้ ก็จับเข้าไปเถอะ ไม่ต้องสนใจ เราลูกผู้ชายทำอะไรต้องเปิดเผย จริงใจ ทำตามหัวใจเรียกร้อง แสดงให้เธอเห็นว่า คุณเป็นคิดตรงกับใจ อบอุ่น รักเธอคนเดียว
 
5. มนุษย์สัมพันธ์ต้องดีเป็นที่หนึ่ง

แสดงให้เธอรู้เราเป็นคนเข้ากับคนง่าย อาจเริ่มด้วยการยิ้มให้กับสาวทุกคนที่คุณมองเห็น แต่อย่ายิ้มให้ผู้ชายเป็นเด็ดขาด
เพราะเธออาจคิดว่าคุณชอบกินข้าวเหนียวถั่วดำ  จากนั้นก็ควรลองเข้าไปคุยทักทายกับสาวโต๊ะข้างๆ ทิ้งเธอไว้ที่โต๊ะคนเดียว หรือชวนสาวมาเต้นกับเธอด้วยก็ได้เพื่อโชว์ความบริสุทธิ์ใจที่คุณมีต่อเธอ

6.เข้ากับเพื่อนของเธอได้สำคัญที่สุด
หากคุณเป็นคนดี หน้าตาหล่อขั้นเทพ แต่เข้าเพื่อนเธอไม่ได้ อาจทำให้เธอลำบากใจ ดังนั้นคุณควรพยายาม ทำความคุ้นเคยกับเพื่อนสวยๆของเธอ ด้วยการเอาใจเพื่อเพื่อนเธอเป็นพิเศษ คอยดูแลไม่ห่าง หลังจากนั้นก็โทรไปคุยบ่อยๆ แล้วพาไปเที่ยวเสม็ดซัก 3 วัน 2 คืน สร้างความสนิทให้เหมือนพี่น้องท้องติดกัน...เอ๊ยเดียวกัน เพื่อให้เธอได้สบายใจที่จะคบกับคุณ


อย่าลืมนำไปลองใช้กันดูนะคะ ได้ผลยังไงเล่าให้ฟังกันบ้างเน้อออออ ^^

แค่คิดบวก ก็มีเสน่ห์แล้ว


ใครที่รู้สึกว่า ในปีที่ผ่านมาชีวิตของคุณช่างน่าเบื่อ ทำงานไปวัน ๆ ไม่อะไรพิเศษสำคัญที่น่าจดจำ อย่าปล่อยให้ปีใหม่เป็นเหมือนปีก่อน ๆ เลยนะ ทำชีวิตให้มีความสุข ทำงานด้วยความสนุก ผูกมิตรไว้ให้มาก ๆ แล้วงานที่น่าเบื่อก็จะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป งานไหนที่ว่ายากคุณก็จะผ่านมันไปได้อย่างสวยงาม แล้วยังทำให้คุณกลายเป็นคนมีเสน่ห์ได้อย่างง่ายๆเลย ด้วย 4 วิธีคิดต่อไปนี้

 

1. เปิดรับความสุข
ความ สุขอยู่ไม่ไกลเพียงคุณเปิดใจรับมันเข้ามา มองโลกในแง่ดี ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ ช่างสำรวจ ค้นหาประสบการณ์ และความคิดใหม่ ๆ จากผู้คนที่คุณพบปะ ทำความรู้จักและทักทายเพื่อนใหม่ด้วยความกระตือรือร้น สะท้อนความเป็นคุณที่สนุกสนานและรื่นเริง มีความสุขกับชีวิตและสิ่งที่ทำ เพราะทุกวันคือการเรียนรู้ เดินหน้าค้นหาและทำตามความฝัน อย่างไม่ย่อท้อ แต่ก็ไม่จริงจังกับชีวิตมากเกินไปจนหมดสนุก ขาดความสุขในการทำงาน

2. รู้จักการให้อภัย
เป็น เรื่องง่ายที่จะจดจำเรื่องไม่ดีและสะสมความขุ่นเคือง คับข้องใจเอาไว้ เพราะความผิดพลาดอาจสอนคุณให้ระมัดระวังตัวและสร้างกำแพงขึ้นมา ซึ่งมันจะเป็นปราการกั้นความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคนอื่น ๆ อย่าพยายามตัดสิน หรือตำหนิผู้อื่น แต่จงยอมรับเขา และเขาก็จะยอมรับเราเช่นกัน เลือกจดจำแต่เรื่องดี ๆ ส่วนเรื่องไม่ดีให้ทิ้งไปเสีย ในทางตรงกันข้ามการแสดงความรักโดยปราศจากเงื่อนไข จะช่วยให้คุณลดช่องว่างระหว่างคุณกับคนอื่น ๆ ได้


3. มีแต่ความจริงใจ
การ ที่เรามีความจริงใจให้ผู้อื่น เป็นการสร้างความสุขวิธีหนึ่ง เมื่อเรามีความจริงใจ ไม่ปิดบัง ซ่อนเร้น เสแสร้ง หรืออีโก้ กลัวเสียฟอร์ม และไม่ลังเล รีรอที่จะผูกมิตรและเป็นเพื่อนที่ดีของทุกคน คุณก็จะได้รับความจริงใจตอบแทน เพื่อนของคุณต้องการคบคุณที่เป็นตัวคุณจริง ๆ ไม่ใช่คนที่ใส่หน้ากากเข้าหากัน ประเภทต่อหน้าอย่างลับหลังอีกอย่างเช่นนี้ย่อมไม่มีใครต้องการจะคบด้วย เมื่อคุณไม่จริงใจ สักวันหนึ่งความจริงก็จะถูกเปิดเผย ส่งผลให้พวกเขาสูญเสียความเชื่อถือ ความไว้วางใจ ความชื่นชม และความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีให้กับคุณตลอดมา

4. เอาใจใส่ผู้อื่น
ลอง ถามตัวเองว่า คุณได้ทำอะไรให้เพื่อนร่วมงานของคุณบ้าง คุณมีส่วนร่วมในความทุกข์ ความสุขของพวกเขามากแค่ไหน คุณเคยยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้กับพวกเขาบ้างหรือไม่ คุณเคยทำอะไรให้เป็นที่น่าจดจำบ้างไหม คุณเป็นคนที่พวกเขาอยากเจอทุกวันหรือเปล่า คนที่คอยเอาใจใส่ผู้อื่น ให้ความสำคัญกับผู้อื่น จับอารมณ์ความรู้สึกของพวกเขาได้ มีน้ำใจ แสดงความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจ และให้กำลังใจพวกเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็จะมีแต่คนรัก ทำอะไรก็จะมีคนคอยช่วยเหลือ สนับสนุนให้ประสบความสำเร็จได้ ไม่ต้องกลัวเหงา หรือโดดเดี่ยว

 


เพราะชีวิตที่มีความสุขไม่ได้วัดที่ตัวเงินเสมอไป เพียงคุณมีความรักในสิ่งที่คุณทำ รู้จักการให้อภัย มีความจริงใจ และเอาใจใส่ผู้อื่นอยู่เสมอ คุณก็สามารถมีความสุขได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำให้ใครต่อใครอยากจะอยู่ใกล้ๆคุณ ก็แหม...อยู่กับคนคิดบวกแล้วมันสบายใจนี่นา ^_^

 

ขอบคุณข้อมูลจาก jobsdb.com

Page:123456789101112 BackNext