Subscribe Newsletter
Page:12345678 BackNext

วิกฤตชีวิต 10 ประการ ที่ไม่ควรออกเดท


การออกเดทคือการทำความรู้จักกับคนใหม่ในเชิงชู้ สาว ดังนั้นเพื่อไม่ให้การเดทต้องล่มทั้งที่ควรจะเวิร์ค ก็ควรหลีกเลี่ยงหากชีวิตกำลังเกิดวิกฤตดังต่อไปนี้

1.ตกงาน
มี ผู้รู้กล่าวไว้ว่า มนุษย์ทุกคนต้องการอยู่สองอย่างคือ งานกับความรัก ซึ่งจริงๆแล้วในระยะยาวการหางานทำมักง่ายกว่าการค้นหาความรัก ดังนั้นอย่าคิดว่า ว้าว ตกงานแล้วฉันจะได้มีเวลาออกเดทมากขึ้น สิ่งที่ควรโฟกัสเป็นอย่างแรกคือ ใช้เวลาและพลังงานมาสร้างความมั่นคงให้ตัวเองด้วยการมุ่งมั่นหางานใหม่ เพราะเงินเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิต การตกงานทำให้สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง และการออกเดทจะเวิร์คสุดๆก็ต่อเมื่อทั้งคู่มั่นคง มั่นใจและมีความสุข


2.ไม่มีที่อยู่
น่าแปลกใจที่เดี๋ยวนี้คนมัก ย้ายมาอยู่ด้วยกันทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน เพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่งถูกไล่ที่หรือสูญเสียที่พักด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งไม่ใช่เหตุผลที่เข้าท่านัก ความจำเป็น ไม่ใช่พื้นฐานที่ดีสำหรับความสัมพันธ์แบบระยะยาว การตัดสินใจย้ายมาอยู่กับคนอื่นเป็นเรื่องซีเรียส ไม่ควรตัดสินใจแบบฉาบฉวย และไม่ควรทำเพราะจำเป็นต้องหาที่ซุกหัวนอน ทางที่ดีลองหาอพาร์ทเม้นต์หรือรูมเมทแล้วลืมเรื่องเดทไปสักพักจนกว่าจะหา บ้านเป็นหลักแหล่งได้ เพราะบ้านเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญ เหมือนเป็นที่หลบภัยจากโลกภายนอก การไม่มีบ้านจะทำให้เครียดได้

3.เสียเพื่อน
มิตรภาพ ต่างจากการออกเดทอย่างแน่นอนที่สุด การเสียเพื่อนไปไม่ว่าแบบไหนย่อมมีผลกระทบต่อการเดท ถ้าเพื่อนย้ายไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ก็ลองไปหางานอดิเรกทำเพื่อให้ยุ่งเข้าไว้ และเจอคนหน้าใหม่บ้าง ถ้าดูดีเข้าท่าเข้าทางก็จะได้จัดการอัพเกรดเป็นเพื่อนกันไป หรือไม่ก็เขียนจดหมายหรือส่งอีเมล์ไปคุยกับเพื่อน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบไม่ให้ขาดหายกันไป


4.พ่อแม่เสียชีวิต
หนึ่งในโศกนาฏกรรมชีวิตที่ ทุกคนต้องเจอคือการสูญเสียบุพการี ทำให้เรากลายเป็นกำพร้าไม่ว่าจะอายุแก่หงำเหงือกแค่ไหนก็ตาม ซึ่งจะสร้างความรู้สึกโศกเศร้าหดหู่ให้กับชีวิตไปช่วงเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่เป็นส่วนสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับการออกเดทมาก เพราะท่านทั้งสองเป็นบุคคลแรกๆในชีวิต และอาจเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดซึ่งทำให้เราเรียนรู้การเป็นผู้หญิงหรือ ผู้ชาย เราเรียนรู้ด้วยการมองดูการกระทำของพ่อแม่และเลียนแบบ การสูญเสียท่านจึงต้องเยียวยาให้หายดีเสียก่อนจะออกไปสานสัมพันธ์กับมนุษย์ อื่นต่อไป

5.หมาตาย
ไม่ ว่าจะเป็นแมว นกแก้ว ปลา หรือสัตว์เลี้ยงใดๆ ตามหลักจิตวิทยาถือว่าสัตว์เลี้ยงคือวัตถุทางความรัก เราทั้งกอดทั้งโอบอุ้มเลี้ยงดูมัน แต่การรับมือกับสัตว์เลี้ยงแตกต่างกับคน (ถึงแม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต้องดูแลมากแค่ไหน สิ่งที่มันทำไม่ได้ก็คือพูดคุย เหน็บแนม สอพลอ โต้เถียงกับเรา หรือไปบ่นกับแม่เราว่าเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้) อย่านำมาปนกันให้สับสนค่ะ


6.สับสนชีวิต
ถ้ารู้สึกว่าชีวิตกำลังสับสน ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครหรือต้องการอะไร แถมยังมีความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ที่อยากซ่อนเอาไว้ และหนึ่งในวิธีซ่อนที่ดีที่สุดคือจับตัวเองเข้าไปอยู่ในชีวิตคนอื่น ปัญหาก็คือไม่ว่าช้าหรือเร็วเราก็ต้องเอาชีวิตตัวเองกลับคืนมาอยู่ดี เพราะฉะนั้นจัดการกับชีวิตตัวเองให้เรียบร้อยเสียก่อนค่อยเริ่มเกี่ยวพันกับ คนอื่น


7.แต่งงานแล้ว
จริงๆ แล้วข้อนี้ไม่เห็นต้องบอกเลยนิ คนแต่งงานแล้วและมีคู่เป็นตัวเป็นตนจะออกเดทได้อย่างไร ถ้าอยากเดทก็อย่าแต่งงาน และถ้าแต่งงานแล้วก็จัดการกับชีวิตคู่ของตัวเองซะ ถ้าไม่ไหวจริงๆก็แยกทางกันไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราว อย่าไปลากคนอื่นมาเดือดร้อนเลยค่ะ ในทางตรงกันข้ามถ้ายังโสดอยู่ก็อย่าไปยุ่งกับคนแต่งงานแล้ว อย่าไปเสียเวลากับคนที่ไม่ซื่อสัตย์กับคู่ของตัวเองดีกว่า คนที่แต่งงานแล้วก็แค่มาทำเฟลิร์ทเรี่ยราดแก้เซ็ง อย่าไปยุ่งด้วยเป็นดีที่สุด


8.ยังคบกับใครอยู่
สิ่งที่ไม่ควรทำคือเดทกับคน หนึ่งโดยที่ยังคาราคาซังอยู่กับอีกคน จริงๆแล้วการเดทหลายคนในเวลาเดียวกันก็ทำได้ถ้าไม่โกหกกัน แต่ก็ทำได้แค่เฉพาะช่วงแรก เพราะพอถึงจุดหนึ่งก็ต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง และเลิกกับคนที่เหลือ ไม่มีใครเดททีละหลายคนได้ตลอดไป และคนพวกนั้นก็จะไม่ยอมเป็นช๊อยส์ให้เลือกอยู่แบบนี้ตลอดไปเช่นกัน


9.แยกกันอยู่
การ แยกกันอยู่ก็ยังหมายความว่าแต่งงานแล้วนั่นละ ยังไงก็ยังค้างคากันอยู่นั่นเอง การเดินออกไปจากความสัมพันธ์ที่อยู่กันมานานเป็นเรื่องยากมาก แต่การใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือช่วยเยียวยาความรู้สึกทางอารมณ์นั้นไม่เวิร์ค หรอกค่ะ แถมยังเป็นพฤติกรรมที่ไม่น่ารักและไม่ยุติธรรมต่อคนๆนั้นเลย


10.หย่าร้างไม่ถึงหนึ่งปี
ถึงแม้ว่าแยกกันอยู่ และตัดใจเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังต้องใช้เวลาเยียวยาเรื่องนี้อยู่ดี เพราะอาการหวนคิดคำนึงถึงความทรงจำเก่าๆมักผุดโผล่ขึ้นมาเป็นระยะ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดอารมณ์และความรู้สึกพวกนี้ไม่ให้กำเริบซ้ำ ซากก็คือหลังหย่าร้างควรรอเวลาสัก 1 ปีแล้วค่อยเริ่มต้นเดทอีกครั้ง เวลาหนึ่งปีจะทำให้เรารู้ว่าควรทำอะไรให้ตัวเองได้บ้าง และความผิดพลาดที่ผ่านมาเกิดจากอะไร จะได้เป็นบทเรียนไม่ให้เกิดขึ้นอีก การงดเดทหนึ่งปีไม่ได้หมายความว่าต้องกักบริเวณตัวเองอยู่กับบ้าน เราสามารถออกไปเที่ยวกับเพื่อนเพศเดียวกันได้ ไปทำงาน ออกกำลังกาย เข้าคอร์สอะไรสักอย่าง เข้าสัมมนาหรือกิจกรรมสาระพัด นี่คือเวลาที่เราสามารถลงทุนเพื่ออนาคต และเมื่อเวลาหนึ่งปีผ่านพ้นไป ความมั่นใจในตัวเองและสมดุลชีวิตก็จะกลับคืนมา ชีวิตจะสดใสปิ๊งปั๊งอีกครั้ง.

ในบางครั้ง คนเราก็ควรใช้เวลาอยู่กับตัวเอง เพื่อคิดทบทวนถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนะคะ.....

10 วิธี ดูแลความรัก... คนรัก อยู่เสมอ


วันนี้มีวิธีดูแลความรักและคนรักมาฝากตั้ง 10 ข้อ ดูซิว่า ข้อไหนที่จะทำได้บ้าง

1. ดูแลความรัก หมั่นเติมความรักอยู่เสมอ อย่าลืมเลือกเวลาเหมาะ ๆ เพื่อใช้ในการพูดคุยกัน หมั่นแลกเปลี่ยนความคิดกันบ่อย ๆ

2. กล้าหาญกับความรู้สึก คุณควรจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณกับคนที่อยู่ข้างตัวบ้าง

3. คิดก่อนพูด เพราะคำพูดที่หลุดออกมาจากปากนั้น ไม่สามารถย้อนกลับคินได้

4. มีการให้เวลานอก เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มอึดอัด เบื่อหน่าย หรือเกิดการขัดแย้งที่ชักจะบานปลายเป็นเรื่อง หรือเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พร้อมที่จะตอบคำถาม ไม่มีการกดดันกันให้เวลาเพื่อพักโดยไม่ถามเหตุผล ให้โอกาสในการพูดเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของแต่ละคนตามความพร้อม

5. ฟังกันบ้าง ถ้ารู้จักฟังจะทำให้ความเข้าใจตรงกัน เมื่อไม่เข้าใจกันก็จะได้ถาม ได้อธิบาย ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้น

6. เพิ่มรักให้เหนียวแน่น เช่น เอ่ยชมกันและกันบ่อย ๆ การ เอ่ยชมคนรักบ่อย ๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้เขารู้สึกดีเท่านั้น แต่จะมีผลในแง่ความรู้สึกของคนที่ชมด้วย

7. หัดใจเย็นมากขึ้น เมื่ออารมณ์ขุ่นมัว ตัดสินใจอะไรผิด ๆ ได้ง่าย การทำตัวเย็นจะทำให้ฝ่ายเกรงใจ

8. คอยตักเตือนในสิ่งที่เขาทำผิดพลาด เมื่อเห็นว่าเขาทำอะไรไม่ค่อยเข้าท่า ก็อย่าลืมคอยเตือนเขาไว้บ้าง เตือนด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ไปตำหนิเขา

9. เมื่อทะเลาะกันไม่มีคำว่าฉันหรือเธอ แต่ความเป็นคำว่าเราทั้งคู่ จะทำให้รู้สึกว่าทั้งสองคนยังมีค่าพอสำหรับกันและกัน อย่างน้อยก็ยังไม่แบ่งแยกแบบตัวใครตัวมัน จะทำให้ดีกรีความรุนแรงเมื่อทะเลาะกันน้อยลง

10. ขอร้องเมื่อต้องการ...ไม่ใช่สั่ง หลายเรื่องที่บางครั้งเราไม่พอใจ และอยากให้เขาเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้ถูกใจเรา ให้ขอร้องเราดี ๆ ด้วยเหตุผล อย่าสั่งเด็ดขาด


ความรัก ใครๆก็อาจจะมีได้ แต่จะเป็นความรักที่มั่นคงและยั่งยืนหรือเปล่า อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของทั้ง2ฝ่ายด้วย ถ้ารู้จักรักษาความรักไว้ให้ดีอย่างสม่ำเสมอก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่านะคะ อย่าลืมว่า รักได้ก็เลิกรักได้เหมือนกัน ขอให้ความรักของหนุ่มๆ 2bemen เป็นความรักที่ดีตลอดไปนะคะ ^__^

ความรัก ใครๆก็อาจจะมีได้ แต่จะเป็นความรักที่มั่นคงและยั่งยืนหรือเปล่า อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของทั้ง2ฝ่ายด้วย ถ้ารู้จักรักษาความรักไว้ให้ดีอย่างสม่ำเสมอก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่านะคะ อย่าลืมว่า รักได้ก็เลิกรักได้เหมือนกัน ขอให้ความรักของหนุ่มๆ 2bemen เป็นความรักที่ดีตลอดไปนะคะ ^__^

ยิ่งทะเลาะกันมาก...ก็ยิ่งรักกันมากขึ้น

ชีวิตคู่เมื่ออยู่ด้วยกันก็ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีทะเลาะกันเหมือนลิ้นกับฟัน แต่เราจะทะเลาะกันอย่างไรให้ทะนุถนอมความรักเอาไว้ให้ดีที่สุด ลองมาดูตามวิธีเหล่านี้กันสิว่าน่าทำได้ไหม และมีความเป็นไปได้แค่ไหน

1. อารมณ์พุ่งเมื่อไหร่ รู้ตัวให้ไว หายใจลึก ๆ "แก่ แก่ แก่" ท่องในใจ ไว้ดับอารมณ์พลุ่งพล่าน ไม่มีใครเป็นได้ดั่งใจเราทุกอย่าง แม้แต่ตัวเอง

2. มีอะไรบอกตรง ๆ โชว์ แมนกันไป ตอนนี้เราโกรธนะ เดี๋ยวค่อยคุยกัน แป๊บเดียวนะที่รัก อย่าคุยตอนนี้ ฉันกำลังงี่เง่า รอให้เบา ๆ แล้วค่อยคุย... ถ้าดราม่าหน่อย ฝึกให้โมโห...แล้วน้ำตาไหล ยังไงก็ดีกว่า โมโหขึ้นมาด่าได้สารพัดสัตว์จัดไป

3. ขอโทษให้ติดปาก แม้เราไม่ใช่คนผิด อย่างน้อยก็ขอโทษที่ทำให้เสียบรรยากาศต่อกัน บางคู่อุตส่าห์หาเวลาดี ๆ เที่ยวกันทั้งที แค่ขับรถเลี้ยวแยกผิด คิดจนตัวตาย เพราะคนอยู่ข้าง ๆ ตั้งหน้าตั้งตาว่าเสีย ๆ หาย ๆ ตลอดเส้นทาง เอาน่า ผิดทางก็เลี้ยวกลับ ถือว่าเพิ่มเวลาดี ๆ ที่มีอยู่ด้วยกันในรถ

4. ถ้ายังพูดไม่ได้ ก็ใช้สัมผัส บางทีความโกรธมันจุกคอหอย พูดอะไรไม่ออก ก็บอกด้วยการจับมือ ต่อให้หน้ายังงอคอยังหัก คล้ายปลาทูสมุทรสงคราม แต่มือที่จับกันไว้ ยังไงมันก็บอกว่า รักนะ แม้จะโกรธว่ะ บางคนใช้กอดเลย อันนี้เสี่ยงต่อการถูกตบ ถ้ามาอบอุ่นไม่ดูกาลเทศะ เอาเป็นว่า สัมผัสแผ่วเบา ในตอนที่ยังไม่อยากพูดอะไรกับเค้าตอนนี้

5. ใช้เวลาสั้น ๆ ในการอธิบายว่าโกรธอะไร "ทำไมทำอย่างนี้" "หนีเที่ยวกับใครทำไมไม่บอก" อย่าเงียบแล้วกดดันอีกฝ่าย ด้วยคำพูดที่ฟังง่าย เข้าใจยากว่า "ไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้โกรธ" อีกฝ่ายก็ไม่โง่ถึงขั้นดูไม่ออก...ที่ให้ใช้เวลาบรรยายสั้น ๆ เพราะถ้าใช้เวลานาน เราจะรื้อฟื้นขุดเอาประวัติศาสตร์ความผิดครั้งเก่าของเค้าขึ้นมาสมทบ คราวนี้ล่ะ อีกฝั่งจะเริ่มรู้สึกว่าพูดจบหรือยัง? เรื่องสั้นจะกลายเป็นมหากาพย์ เคลียร์กันเป็นครั้ง ๆ ไป อย่าทบต้นทบดอก

6. จบด้วยคำบอกรักให้ได้ทุกครั้ง เช่น ถ้าไม่รัก เราจะไม่โกรธขนาดนี้ ที่เสียใจและน้อยใจมาก เพราะรักรู้หรือเปล่า...รู้ค่ะว่าพูดยาก โดยเฉพาะตอนที่อารมณ์มันไม่ได้ พูด ๆ ไปก่อน ไม่ได้โกหก แค่ข้างในอาจจะยังไม่รู้สึกมากเท่าที่ปากพูด (เฉพาะตอนนี้นะ) หยวน ๆ น่ะ อย่างน้อยเราก็ยังอยากทะเลาะกันไป รักกันไปอย่างนี้อีกนานไม่ใช่หรือ

7. ต้องเคลียร์ให้จบ อย่าค้างคา ทั้งเรื่องที่คุยและความรู้สึกข้างใน อย่าปล่อยไว้ให้สะสม เปิดโอกาสให้เค้าพูด ฟังเค้า และเชื่อว่าคนเรามีสิทธิ์คิดต่าง และการคิดคนละอย่างใช่ว่าเค้าจะเป็นฝ่ายผิด ถ้าอารมณ์ยังดีไม่พอ ก็รอก่อน หลายครั้งการเคลียร์ปัญหาระหว่างกันได้ผลชั้นเลิศ เมื่อเปิดใจตอนที่เรากำลังหวานใส่กัน


ทะเลาะเพราะรักกัน แป๊บเดียวเดี๋ยวก็หาย แต่ถ้าทะเลาะเพราะไม่รักกันแล้ว อันนั้นต่อให้ใช้เวลาเคลียร์กันแทบตาย ความรู้สึกดีต่อกันทั้งหลายก็ไม่ง่ายที่จะกลับมา...รักกัน ไม่ต้องเหมือนกันไปทุกอย่าง คิดต่างและยอมรับให้ได้ในความต่าง จะทะเลาะกันบ้างก็เป็นสีสันชีวิต แค่ง้อกันให้ไว ถ้ารู้ว่ายังไงก็ทิ้งกันไม่ได้ จะเสียเวลาโกรธกันนาน ๆ ไปทำไม ใครง้อก่อนได้ยิ่งดี...


ขอบคุณข้อมูลจาก Centerpoint Magazine

5 ขั้นตอน เพิ่มความมั่นใจ ก่อนการออกเดท


ก่อนออกเดทในครั้งแรก หลังจากที่เพิ้งได้รู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์ หรือเจอตัวกันมาก่อน หลายคนอาจเกิดอาการประหม่า กังวลเล็กๆน้อยๆ ว่าจะรับมือกับการออกเดทอย่างไรดี ให้เดทเป็นไปอย่างราบรื่น เรามีขั้นตอนที่เป็นประโยชน์มาแนะนำให้กับคุณ

1. ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ ก่อนการออกเดท ไม่ว่าจะรู้ล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ หรือเพียง 2 -3 วัน เพิ่มความรู้สึกมั่นใจให้กับตัวเองได้ ด้วยการออกกำลังกายวันละเล็กวันละน้อย ต่อเนื่องกันทุกวัน เพื่อเพิ่มความกระฉับกระเฉงให้ตัวคุณเอง พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่มีอะไรยุ่งยากไปกว่านั้น และหากิจกรรมทำเพื่อความผ่อนคลายที่คุณชอบ เช่นหนังตลก จัดตกแต่งบ้าน ช่วยเหลือคนอื่น เช่น บริจาคเงินการกุศลเล็กน้อย ทำบุญ ใช้เวลาว่างพยายามทำอะไรให้เป็นประโยชน์ แล้วตัวเองก็จะรู้สึกดี

2. ถ้ามีเวลาว่าง เตรียมบทสนทนาเล่นๆ เอาไว้ล่วงหน้า
น่า จะลองจดออกมา เป็นข้อๆ ว่าออกเดทครั้งแรก แล้วจะคุยอะไรกับคู่เดทดีนะ เพื่อให้รู้แน่ชัด ถึงสิ่งที่ตัวเองสนใจ สิ่งที่คุยได้(เปิดเผยได้) และเปิดเผยไม่ได้ รับรองว่า ตอนที่ออกเดท ก็จะมีเรื่องคุยกันตามที่คุณต้องการคุยจริงๆ เช่นคุยเรื่องการศึกษา ความสนใจ งานอดิเรก การใช้ชีวิตประจำวัน

3. คุยกับเพื่อนที่มีนิสัยตลก ร่าเริง
ยกหูโทรศัพท์ไปคุยกับเพื่อนที่มีนิสัยตลก ร่าเริง อาจจะปรึกษากับเพื่อนไปตรงๆ ได้เลย ว่าจะออกเดท ตื่นเต้นเล็กน้อย มีความคิดอะไรแนะนำบ้างไหม เพื่อนอาจบอกอะไรตรงไปตรงมา ให้เอาไปทำดูได้ เช่น ก็แค่ตรงต่อเวลา ทำตัวสุภาพ แต่งกายให้ดูสะอาด ยิ้มแย้ม ตั้งใจพูด และตั้งใจฟังคู่เดท

4. พยายามแก้ไขข้อเสียในตัวเอง (ถ้ามี)
ไม่ มีใครสมบูรณ์แบบ และทุกคนเลือกที่จะพัฒนาตัวเองได้ คุณอาจจะมีข้อเสียเช่น บางทีก็พูดแต่เรื่องของตัวเองมาก แต่เวลาคนอื่นพูด ดันลืมตั้งใจฟัง อาจจะใช้วิธีจดสิ่งที่เป็นข้อเสียจริงๆ ของตัวเองออกมา มันอาจต้องใช้เวลา แต่ถ้าปรับปรุง แล้วเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเอง ก็น่าจะทำ

5. ปฏิบัติตัวแบบเดียวกันกับที่คุณคาดหวังให้คู่เดททำกับคุณ (ในบางเรื่อง)
คุณ อาจจะคาดหวังว่า อยากให้คู่เดทคุยกับคุณอย่างสนุก มีเรื่องหัวเราะกันระหว่างสนทนา ให้คู่เดทรักษามารายาท ยิ้มแย้ม และคุยทำความรู้จักกันได้เยอะๆ ยิ่งถ้าคู่เดทเป็นแบบนี้ คุณก็คงประทับใจในตัวคู่เดท (แม้ว่า จะไม่ถึงขั้นถูกใจ จนเป็นแฟนกัน) เช่นเดียวกัน ทีนี้ ก็ถึงตาคุณบ้างล่ะ คุณก็สามารถลงมือทำอะไร ที่เข้าข่ายมาตราฐานในการออกเดทได้ เพื่อให้คู่เดทรู้สึกดี รวมทั้งตัวคุณเอง ก็จะรู้สึกดีเช่นกัน เช่นปิดโทรศัพท์มือถือซะหน่อย ระหว่างการออกเดท เป็นผู้ฟังที่ดี และแสดงความคิดเห็นของคุณออกมา





ขอขอบคุณ NadDate Online

8 วิธี เติมรักในวันพิเศษ


มื่อปฏิทินเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ กลิ่นละไมของไออุ่นแห่งความรักก็เริ่มเข้ามาให้สัมผัสกัน สำหรับหลายคนที่มีความรัก นี่คือเดือนแห่งความหอมหวาน แต่สำหรับบางคนที่อ้างว้าง บางทีก็อาจจะเป็นเดือนที่ร้าวรานทางความรู้สึกก็ว่าได้

เอาใจคนมีรัก ต้อนรับฤดูกาลที่อบอุ่น กับหลากหลายไอเดียโรแมนซ์ ช่วยเสริมแซมความหวานให้ชีวิตรักของคุณ

ให้ทุกๆ วันเป็นวันแห่งความรักของคุณ แต่ในบางวันที่พิเศษ อย่างวันวาเลนไทน์หรือวันครบรอบแต่งงาน ลองทำอะไรพิเศษๆ เพื่อแสดงความรักแก่เขา รีเฟรชความหวานให้ชุ่มฉ่ำและดูดดื่มกันอยู่ตลอดเวลา

1.ชวนคนรักมาทานอาหารฝีมือคุณที่บ้าน เพื่อเสริมสร้างความโรแมนติก ไม่ให้ความหวานจืดจางไป และคุณจะได้แสดงฝีมือการทำเมนูจานโปรดของเขา จากนั้นก็ดินเนอร์สุดสวีทใต้แสงเทียนกับเมนูรักของคุณ


2.ส่งการ์ดเก๋ๆ อย่าง Voice Card ที่สามารถบันทึกเสียงตัวเองส่งไปให้สุดที่รักของคุณได้

3.วางแผนเซอร์ไพรส์ไว้ทั้งวัน และทำให้ได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะไปดูหนัง ดินเนอร์ที่ร้านโรแมนติกๆ หรือของขวัญที่คุณเตรียมไว้เพื่อเซอร์ไพรส์คนรัก


4.ลองนวดให้คนรักของคุณสักชั่วโมงสิ เพราะการนวดนอกจากจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของร่างกายแล้ว การได้สัมผัสกันและกัน ก็ช่วยสร้างอารมณ์รักให้บรรเจิดได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

5.ซ่อนจดหมายรักไว้ในที่ที่คุณคิดว่าคู่รักของคุณสามารถเห็นได้ง่ายๆ และเมื่อเขาหยิบขึ้นมาอ่าน จะได้ซาบซึ้งและเซอร์ไพรส์ กับคำรักหวานๆ ของคุณ



6.ไรท์ซีดีรวบรวมเพลงรักให้กับเขา อาจจะเป็นเพลงที่คุณและเขาประทับใจ และมีความหลังดีๆ ร่วมกันมา

7.โทรฯ ไปขอเพลงจากสถานีวิทยุ โดยเฉพาะเพลงรักความหมายดีๆ ให้กับเขา และต้องมั่นใจด้วยนะว่าตอนนั้นคนรักของคุณกำลังฟังสถานีนี้ อยู่ด้วย

8.จัดทำคูปองพิเศษขึ้นมา อาจสัก 7 วัน โดยลิสต์กิจกรรมที่คู่รักของคุณชื่นชอบ เช่น ไปฟังดนตรีแจ๊ซ เล่นโบว์ลิ่ง และให้คู่รักของคุณเลือกคูปองในแต่ละวันจนครบ 7 วัน แล้วคุณก็ร่วมทำไปพร้อมกับเขาด้วย


ลองเอาไปทำกันดูนะคะ ง่ายบ้าง ยากบ้าง แต่ทำแล้วได้ใจแน่นอนค่ะ
Page:12345678 BackNext