
ยอมรับเถอะว่าบางครั้ง ตัวเราเองที่แม้จะมีแฟนอยู่แล้ว ก็ต้องเคยแอบมองคนอื่น และพอเจอแจ็กพอต ได้รู้จักกับอีกคนที่นิสัยเข้ากันได้ อยู่ใกล้แล้วมีความสุข ก็เผลอคิดว่าเขาน่าจะ "ดีกว่า" แฟนของเราเอง แต่ที่ตัดสินใจไปจากแฟนตัวจริงไม่ได้ ก็เพราะ "ไม่มั่นใจ" ว่าอีกคนที่คิดว่า "ใช่กว่า" คนนั้น จะดีจริง ๆ หรือเปล่า และถ้าแฟนตัวเองที่คบอยู่ไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรมาใช้บอกอีกฝ่ายเพื่อขอเลิก
คนเราเมื่อรักกันแล้ว ก็ต้องเคยผ่านช่วงเวลาที่มีความหมายมาด้วยกันทั้งนั้น การจะทำเป็นเห็นคนอื่นดีกว่า แล้วทิ้งไปคุยคนใหม่เลย มันก็ไม่ถูกต้อง ยิ่งถ้าเป็นแฟนก็ยิ่งเป็นคนเดิมที่ดีแสนดีไม่เคยเปลี่ยนแปลง ก็ยิ่งทำให้คิดหนักว่าเลิกหรือไม่เลิกดี

ใจหนึ่งก็อยากไป "เริ่มต้นใหม่" กับคนที่คิดว่าใช่กว่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาอย่ากับคนที่ตัวเองคิดว่า "ไม่ใช่" พอคิดไปคิดมาแล้วก็ไม่แน่ใจ ก็เลยเป็นคำถามว่าที่ตัวเองตัดสินใจไม่ได้ ก็เลยสงสัยว่านี่เป็นแค่ความผูกพันหรือเปล่า
ฉันเชื่อว่ามีหลายคนที่ตกอยู่ในอารมณ์แบบนี้ ไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นยังไง ไม่อยากแอบคบกันไปแบบจับปลาสองมือ ใจหนึ่งก็กลัวว่าจะถูกใคร ๆ มองว่าเป็นคนเลว อีกใจหนึ่งก็คิดว่านี่มันชีวิตตัวเองนี่หว่า จะไปแคร์ใครอีก ถ้าใครกล้าตัดสินใจเร็วก็ดีไป เพราะแม้ว่าผลลงเอยจะคือ "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" มันก็เป็นการเลือกเอาสักอย่าง อย่างน้อย ๆ ก็สบายใจได้ว่าฉันไม่ได้หลอกกั๊กใคร เพราะความเห็นแก่ตัว
ฉันคิดว่าถ้าการไปเจอคนใหม่ที่รู้สึกว่าใช่กว่า ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรนะ คนเรามีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง แต่ก็ไม่ควรเห็นแก่ตัวด้วยการทำอะไรไม่ชัดเจน เราไม่ควรสวมเขาให้แฟนตัวเอง ด้วยการแอบไปลองคบกับคนใหม่ดู เพราะคิดแค่ว่าถ้าหลงเข้าใจผิดขึ้นมา ก็จะไม่มีอะไรต้องเสีย ถ้าเกิดจู่ ๆ คนนั้นที่เราคิดว่า "ใช่" เข้ากันไม่ได้ซะงั้น ก็จะได้กลับมาหาแฟนตัวเองได้อย่างแนบเนียน โดยที่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม
หากเราเป็นคนที่กล้าหลอกคนที่เรารักด้วยวิธีนั้นได้ ก็อย่าสงสัยเลยว่านี่มันคืออะไรกันแน่ บอกได้เลยว่านี่ไม่ใช่วิธีที่คนรักเขากระทำต่อกัน ถ้าเขารู้เข้าในวันหนึ่ง ต่อให้เขาเคยรักเรามากแค่ไหน ความรู้สึกนั้นมันก็ต้องถูกเปลี่ยน และมันจะไม่มีทางกลับมาเป็นความรู้สึกที่เหมือนเดิมอีก
ความผูกพัน...ไม่ได้ช่วยให้คนสองคนอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าได้ทุกคู่ เพราะถ้าในความผูกพันนั้นไม่มี "ความรัก" และ "ความเข้าใจกัน" เป็นส่วนผสมอยู่ด้วย มันก็เป็นแค่ความผูกพันที่พูดปากเปล่า แต่หัวใจเข้าไม่ถึง สัมผัสไม่ได้
ทางที่ดี...เราควรตอบคำถามในใจตัวเองให้ชัดเจนไปเลยว่า ต้องการเลือกทางซ้ายหรือทางขวา ตัดสินใจได้แล้วก็มุ่งหน้าไปทางนั้น และทำให้มันดีที่สุด แต่หากไม่ยอมเลือกสักทาง เราก็จะกลายเป็นคนที่ได้แต่ยืนลังเลอยู่ตรงทางแยก ไปซ้ายไม่ได้ ไปขวาก็ไม่ได้ และคงมีสิทธิ์ถูกรถชนตายเข้าสักวัน
ที่มาข้อมูล : หนังสือเรารักกัน หรือแค่ผูกพัน

1. แฟนประเภทชอบรื้อฟื้น ชอบพูดแต่เรื่องเก่า ๆ สมัยที่ผ่านมานาน และชอบพูดถึงแฟนเก่าว่าดีอย่างโน่นอย่างนี้ พร้อมจับทั้งแฟนใหม่กับแฟนเก่ามาเปรียบเทียบกัน ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้แฟนใหม่หมดกำลังใจไปเรื่อย ๆ
2. แฟนชอบโกหกจนเป็นนิสัย การโกหก เป็นยาพิษที่บ่อนทำลายความรักได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด
3. แฟนเจ้าชู้ไม่เลือกหน้า เผลอหน่อยไม่ได้ต้องเอาตัวเข้าไปเบียดกับคนอื่น และอ้างเหตุผลเดิม ๆ ว่า เด็กเขายั่ว อย่างนี้เราก็อย่าลดตัวไปเป็นมารคอหอยเขาเลยแล้วกัน
4. แฟนที่ไม่สนว่า..จำเป็นต้องเอาใจคนรักอะไร..กันนักหนา หากรักกันจริงก็ควรดูแลเอาใจใส่ ไม่ใช่คิดว่าไม่เห็นจำเป็นต้องเหลียวแล ความรักคือการแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้แก่กัน
5. แฟนไม่เคยมีเวลาให้ รวมถึงการผิดนัด บอกปัด อ้างงานเยอะ แม้แต่วันหยุดก็ไม่รู้หายไปไหน อย่างนี้จะเป็นแฟนกันไปทำไม
6. แฟนไม่เคยทำตามสัญญา อย่าสัญญาเพียงลมปากอย่างเดียว แต่ต้องทำให้เป็นจริงด้วย
7. แฟนที่ชอบตอกย้ำซ้ำเติมปมด้อยให้น้อยเนื้อต่ำใจได้ตลอดเวลา



มาดูกันค่ะว่าคนใกล้ตัวเรา เริ่มทำอะไรใน10 ข้อนี้บ้างรึปล่าว จะได้ระวังกันถูก อันนี้ใช้ได้ทั้งกับหนุ่มๆและสาวๆเลยล่ะค่ะ 
1. เวลาชวนไปไหนมาไหน จะชวนไปทำธุระด้วย หรือจะไปดูหนัง ฟังเพลง เริ่มมีคำพูดประเภท ไม่ว่าง, ติดธุระ ฯลฯ บ่อยขึ้น
2. เจอหน้ากันทีไร เริ่มมีอาการแสดงท่าทีเฉย ๆ บ่อย หรือไม่ก็ดูจะหงุดหงิดไปเสียทุกอย่าง โดยเฉพาะที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณ
3. โทร.ไปหาทีไร ไม่ค่อยติด เอ...อ้างโทรศัพท์แบตฯหมดบ๊อย...บ่อย หรือไม่กว่าจะรับโทรศัพท์นานเกินเหตุ และที่เป็นลางบอกเหตุก็คือ คำถามคำแรกจากปลายสายก็คือ...โทร.มาทำไม หรือ มีอะไรรึเปล่า...
4. ร้างลาการชักชวนไปไหนด้วยกันเกินกว่า 2 อาทิตย์ โดยที่...ไม่ได้ป่วย หรือติดธุระสำคัญ
5. เริ่มมีคำพูดประเภทก้าวร้าว ไม่ให้เกียรติ หรือไม่ก็พาดพิงแง่ลบไปถึงครอบครัว
6. จู่ ๆ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงภาพภายนอก แต่งสวย แต่งหล่อ ดูแลตัวเองเกินเหตุ เกินปกติที่เคยเป็นหรือเคยไปด้วยกันโดยไม่มีการพูดคุยถึงการเปลี่ยนแปลงมา ก่อน เช่น อยากตัดผมทรงใหม่ หรืออยากเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว เป็นต้น
7. ในภาวะที่อยากได้กำลังใจ หรือมีภาวะที่เป็นข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้น แทนที่จะมีคำปลอบใจ ให้กำลังใจ หรือเป็นที่ปรึกษา กลับมีแต่คำพูดที่ซ้ำเติม
8. ผิดสัญญาบ่อยครั้ง
9. ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะลืมไปแล้วว่าคำว่า...ขอโทษสะกดอย่างไร
10. เมื่อเขาหรือเธอมีคำพูดหลุดออกมาว่า...เธอดีเกินไป
จาก ข้อ 1 - 10 มีข้อแม้ว่าต้องเกิดขึ้นบ่อยมาก ถึงบ่อยที่สุด ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง อย่าเพิ่งไปเหมาหรือไปมองในแง่ลบเสียทีเดียว เพราะชีวิตคู่จะมีความสุขได้อย่างน้อยคุณก็ต้องเชื่อใจกัน และให้อภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้เสมอ


