Subscribe Newsletter
Page:12345678 BackNext

6 ท่าโยคะกระชับใบหน้า

คงไม่มีใครยอมให้ร่องรอยมาเยือนใบหน้ากันง่าย ๆ ไม่ว่าจะชายหรือหญิง เพราะความสวยความงามเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจอยู่มิใช่น้อย ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้รอยตีนกาเรียกว่าพี่ ต้องหาทางป้องกันไว้ก่อนดีกว่า และสิ่งที่ทําได้ง่าย ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา แล้วก็ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ ก็คือ การทําโยคะใบหน้า ซึ่งเป็นการออกกําลังกายเฉพาะส่วนค่ะ 


เริ่มต้นยืดกล้ามเนื้อ


เป็นท่ายืดกล้ามเนื้อที่จะต้องปฏิบัติท่าละ 3-5 ครั้ง ดังนี้

ท่าที่ 1 ท่ากลางหน้าผาก


ให้วางนิ้วชี้ไว้ที่โคนผมกลางหน้าผาก นิ้วนาง วางบนหว่างคิ้วตรึงผิวไว้ แล้วหายใจเข้า ตามองต่ำ เพื่อเลี่ยงการใช้กล้ามเนื้อรอบดวงตา ใช้นิ้วกลางกดน้ำหนักบนกล้ามเนื้อ ลูบจากบนลงล่างช้า ๆ แล้วหายใจออก จากนั้นเลื่อนมือออกด้านข้าง เพื่อยืดกล้ามเนื้อซ้ายและขวา

ท่าที่ 2  ท่ากล้ามเนื้อระหว่างคิ้ว


ใช้นิ้วกลางหรือนิ้วชี้ วางที่หว่างคิ้ว และกดไล่ออกจนถึงกึ่งกลางคิ้ว

ท่าที่ 3 ท่ากล้ามเนื้อจมูก


ท่าแรกใช้นิ้วลูบสันจมูกจากบนลงล่าง ท่าสองใช้นิ้วลูบจากดั้งจมูกออกไปทางโหนกแก้ม

ท่าที่ 4 ท่ากล้ามเนื้อรอบดวงตา


ใช้นิ้วลูบรอบดวงตา ทั้งด้านบนและด้านล่าง

ท่าที่ 5 ท่ากล้ามเนื้อรอบริมฝีปาก

ใช้นิ้วมือซ้าย กดที่มุมปากด้านขวาเพื่อตรึงผิว ใช้มือขวากดและลูบออกไปใน 4 ทิศทาง ท่าละ 3-5 ครั้ง ได้แก่ เฉียงขึ้นบนไปทางไรผม ด้านข้างตรงไปถึงติ่งหู เฉียงลงทางขากรรไกร และลงมา ที่ปลายคาง โดยทําทั้ง 2 ข้าง

ท่าที่ 6 ท่ากล้ามเนื้อคอ


ใช้ 2 มือ กดบริเวณไหปลาร้า แล้วยืดลําคอขึ้นใน 3 ทิศทาง คือ ตรงเหมือนแหงนหน้าขึ้น ยืดซ้าย และยืดขวา


หลังยืดกล้ามเนื้อ


             จะเข้าสู่การออกกําลังกล้ามเนื้อเต็มที่ โดยย่นหน้าผาก หลับตาปี๋ ยิ้มให้กล้ามเนื้อที่แก้มทํางาน ปฏิบัติท่าละ 3 ครั้ง เมื่อเสร็จแล้วปิดท้ายด้วยการยืดกล้ามเนื้ออีกครั้ง

ตัวช่วยขณะทําโยคะใบหน้า


             ควรนอนทําโยคะใบหน้าช่วงเช้า หรือก่อนนอน แล้วถ้าอยากช่วยให้ใบหน้าสวยเด้งอีกแรงหนึ่ง ก็ควรฝึกแสดงอารมณ์ทางสีหน้าที่ไม่ใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป เช่น การยิ้ม ควรใช้กล้ามเนื้อ รอบริมฝีปาก และใช้กล้ามเนื้อแก้มออกแรงเล็กน้อยเพื่อยกมุมปากขึ้น อย่ายิ้มนานเกินไป เพราะจะทําให้กล้ามเนื้อล้าเกิดริ้วรอยลามไปถึงรอบดวงตาได้ง่ายด้วยค่ะ

วิธีรับมือเมื่อเจอเจ้านายเจ้าปัญหา


สำหรับมนุษย์เดือนการมีปัญหากับเจ้านายคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ แต่ทำไงได้เมื่อเจ้านายของคุณเป็น นายมหาโหด จู้จี้ขี้บ่น บ้างาน แถมชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านอีกต่างหาก หากคุณเจอเจ้า นายแบบนี้ วิธีที่ง่ายที่สุดเห็นจะเป็นการยื่นใบ ‘ลาออก' คุณจะได้ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจกับเจ้านายเจ้าปัญหาเหล่านี้ แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ลองมารับมือกับเจ้านายเหล่านี้กันดูสักตั้ง เผื่อคุณจะได้ทำงานอย่างมีความสุขมากกว่านี้ มาดูกันดีกว่าว่าคุณควรมีวิธีจัดการกับเจ้านายเจ้าปัญหาเหล่านี้อย่างไร

เจ้านายบ้างาน

สำหรับ เจ้านายบ้าพลัง ทำงานอย่างบ้าเลือดไม่มีหยุดพัก แถมยังต้องการให้ลูกน้องตัวเองบ้าพลังตามไปด้วยแบบนี้ เป็นใครก็ต้องอึดอัดใจเป็นธรรมดา อยากจะกลับบ้านก็กลับไม่ได้เพราะกลัวเจ้านายจะเรียกใช้แบบไม่รู้จักเวล่ำ เวลา ดึกดื่นยังไงก็ต้องทนถ่างตารอเป็นทาสรับใช้จนไม่ได้หลับไม่ได้นอน แถมโอทีก็ไม่ได้ แฟนก็ทิ้ง ขืนเป็นอย่างนี้ทุกวันไม่ไหวแน่

ทางออก ที่ดีหากเจอสถานการณ์เช่นนี้คือ หาวิธีให้ตัวคุณเองได้หลุดพ้นจากเจ้านายบ้าพลังด้วยการหาเหตุจำเป็นหรือกุ เรื่องซีเรียสอ้างกับเจ้านายเสียบ้าง เพื่อให้คุณได้เลิกงานตามเวลากับเขาบ้าง อาทิตย์ละครั้งสองครั้งก็ยังดี เช่นคุณต้องกลับบ้านไปดูแลพ่อแม่ที่แก่เฒ่า ไปงานศพญาติ หรือไปทำธุระปะปังใดๆ ก็ได้ที่สมเหตุสมผล แต่ขอเตือนไว้หน่อยละกันว่า ควรสร้างเรื่องให้เนียนหน่อย เพราะถ้าโดนจับได้ล่ะก็แย่แน่

ทางออก อีกทางคือ ให้คุณกระจายงานไปให้พนักงานคนอื่นทำบ้าง อย่าเหมางานเอาไว้ทำคนเดียว ลองนึกดูว่ามีพนักงานคนไหนที่อยากจะสร้างผลงานหรืออยากแสดงความสามารถ แต่ไม่มีโอกาสบ้าง พนักงานประเภทนี้แหละจะช่วยแบ่งเบาภาระของคุณได้มากทีเดียวงานหนักน้อยลง แถมยังได้แสดงความสามารถในการบริหารงานให้เจ้านายเห็นอีกต่างหากเผลอๆ ได้เลื่อนตำแหน่งไม่รู้ตัวอีกด้วย แบบนี้เขาเรียกว่าพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสอย่างแท้จริงเชียวล่ะ

เจ้านายจอมเมิน


เจ้า นายที่หายตัวไปในกลีบเมฆโดย ไม่เคยโผล่หน้ามาดูดำดูดีพนักงานในออฟฟิศเลยแม้แต่ครั้งเดียว หรือเจ้านายที่ยุ่งวุ่นวายกับการทำงานมากเกินไปจนไม่หันมาสนใจคุณเลยแม้แต่ น้อย จนทำให้คนไฟแรงอย่างคุณกลายเป็นคนว่างงานไปโดยปริยาย นั่งตบยุง แล้วนั่งตบยุงอีกก็ยังไม่มีงานอะไรให้คุณทำ แม้ว่าคุณจะนั่งแชทกับเพื่อนฆ่าเวลาแสร้งว่าคุณกำลังทำงานยุ่งอยู่ก็ไม่ช่วย ให้อะไรๆ ดีขึ้น

หากเจอแบบนี้ วิธีช่วยเหลือตัวเองก็คือ พยายามหางานทำแม้คุณจะไม่มีงานอะไรให้ทำ แต่เพื่อนร่วมงานของคุณอาจจะมี และกำลังรอความช่วยเหลือจากใครบางคนอยู่ก็ได้ ลองถามเขาดูสิว่ามีงานอะไรให้คุณช่วยเหลือไหม ถ้ามีก็เสนอตัวช่วยไปเลย แต่ถ้าถามจนหมดแผนกแล้วก็ยังไม่มีงานให้คุณทำอีก ลองเดินไปแผนกข้างๆ ดูบ้าง เผื่อคุณจะได้มีงานทำให้ดูยุ่งๆ เหมือนกับคนอื่นเขาบ้างแถมถ้างานออกมาดี วิธีการนี้อาจเป็นช่องทางในการแสดงความสามารถของคุณก็ได้

เจ้านายขี้บ่น


ชีวิต ของคนทำงานคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการโดนเจ้านายจอมโหดกล่าวหาว่า คุณเป็นคนทำ งานไม่ได้เรื่อง ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็กลายเป็นผิดไปเสียหมด ทั้งๆ ที่ความจริงคุณก็พยายามทำดีสุดความสามารถแล้ว แต่ก็ยังทำไม่ถูกใจเจ้านายอยู่ดี หากเป็นอย่างนี้คงยากที่คุณจะทำทุกอย่างได้ถูกใจเจ้านาย

วิธีรับมือ สำหรับเจ้านายประเภทนี้แนะนำให้ใช้จิตวิทยาแห่งอำนาจเข้ามาช่วยเสริมจะดี กว่า เจ้านายจะได้ไม่ดุด่าว่ากล่าวคุณในเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก เวลาต้องเผชิญหน้ากันแนะนำให้คุณพยายามอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้คุณดูมีพลัง อำนาจเหนือกว่า ไม่อยู่ในที่ที่ทำให้คุณถูกมองว่าต้อยต่ำ เช่น เวลาถูกเรียกเข้าไปตำหนิเป็นการส่วนตัวในห้องเจ้านาย ถ้าเขานั่งอยู่ แทนที่คุณจะนั่งในระดับเดียวกับเขาหรือต่ำกว่า คุณก็ลองยืนดูบ้าง เจ้านายจะได้ตะคอกใส่คุณได้ไม่ถนัด และรู้สึกเกรงขามในตัวคุณจนไม่กล้าที่จะดุด่าว่าคุณมากนัก แต่คุณก็ควรวางกิริยาท่าทางให้นอบน้อมเข้าไว้ด้วย ไฟแห่งความโมโหโกรธาของเจ้านายจะได้มอดดับลงได้อย่างเร็วไว

เจ้านายจอมแก้


หาก งานที่คุณส่งไปถูกเจ้านายตีกลับมาให้แก้ 1-2 ครั้งก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้ามันมากกว่านั้น ตีกลับไปกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่จบสิ้นสักที แม้ว่างานนั้นของคุณจะเพอร์เฟ็กต์จนไม่มีที่ติแล้วก็ตาม หากเจอแบบนี้ให้คุณพึงรู้ตัวไว้เถอะว่าคุณกำลังเผชิญกับเจ้านายจอมแก้เข้า ให้แล้ว วิธีแก้ไขก็คือ ให้คุณแกล้งเขียนอะไรที่ดูไม่ค่อยมีสาระสำคัญเท่าไหร่ลงไปบ้าง เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้านายจอมแก้ได้สนองนีดตัวเองบ้าง งานโดยรวมของคุณจะได้ไม่ถูกแก้ให้เสียหายมากนัก

อย่างไรก็ตามการที่ เจ้านายของคุณตามแก้ไขงานเช่นนี้ หากมองในแง่ดีถือว่าช่วยให้คุณเป็นคนรอบคอบในการทำงานมากขึ้น เพราะก่อนที่จะส่งคุณจะต้องตรวจทานเป็นอย่างดีเพื่อจะได้มีที่ผิดให้เจ้านาย ของคุณแก้ได้น้อยที่สุด
เจ้านายผู้ตรงต่อเวลา

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังประสบกับเจ้านายที่ขยันมาทำงานแต่เช้าตรู่ทุกวัน อยู่แน่ๆ แต่การมาทำงานแต่เช้าของเขาจะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณเลย ถ้าเขาไม่มาเดินสำรวจตรวจตามโต๊ะทำงานของลูกน้อง เพื่อสอดส่องดูว่ามีลูกน้องคนไหนมาทำงานแล้วบ้าง ถ้าคุณเป็นลูกน้องที่มีเจ้านายแบบนี้คงจะอืดอัดใจแย่ แต่วิธีที่จะรอดตัวก็คือ อย่ามัวแต่มาทำงานสายอยู่ล่ะ ก็รู้อยู่ว่าเจ้านายเขาชอบคนมาเช้า คุณก็ควรมาทำงานแต่เช้าตรู่เข้าไว้ เพราะเมื่อเจ้านายเห็นคุณมาเช้าแล้ว เขาก็จะปล่อยวาง ไม่คอยจับตามองคุณอีกต่อไป


ต่อไปทีนี้ไม่ว่าจะเจอกับเจ้านายประเภทไหน คุณก็สามารถรับมือได้หมดทุกประเภทแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก http://fightwithoutfold.spaces.live.com/

ฟังเพลงโอเปราดีต่อหัวใจ


เราอาจจะเคยได้ยินว่า การฟังเพลงโอเปราดีสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะจะช่วยพัฒนาเด็กในท้อง แต่วันนี้มีผลการศึกษาพบว่า การฟังเพลงที่มีท่วงทำนองและระดับความดังที่เหมาะสม เช่น เพลงโอเปรา สามารถชะลอจังหวะการเต้นของหัวใจและลดความดันเลือดได้

          ดร.ลูเซียโน เบอร์นาร์ดี และคณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยพาเวีย ประเทศอิตาลี ได้ศึกษาเรื่องนี้โดยให้อาสาสมัครสุขภาพดี 24 คน ฟังเพลงคลาสสิก 5 เพลง ซึ่งก็มีทั้งซิมโฟนีหมายเลข 9 ของบีโธเฟน,  ตูรันโดของปุชชินี,  คันตานาของบาค (BMW 169),  Va Pensiero จากอุปรากรเรื่อง Nabucco และเพลง Libiam Nei Lieti Calici จากเรื่อง La Traviata

          ผล การศึกษาพบว่า เพลงที่มีระดับเสียงค่อย ๆ ดังขึ้น จะส่งผลให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังหดตัวเล็กลง ทำให้ความดันเลือดเพิ่มขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น และอัตราการหายใจถี่ขึ้นด้วย แต่ในขณะเดียวกัน เพลงที่มีระดับเสียงค่อย ๆ เบาลง จะส่งผลให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลาย หัวใจเต้นช้าลงและความดันเลือดลดลง โดยนักวิจัยยังพบว่า เพลงที่ใช้ประกอบละครโอเปรา เป็นเพลงที่ส่งผลดีต่อระบบหมุนเวียนเลือดและหัวใจมากที่สุด

          ผล การศึกษาชิ้น นี้จึงยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการบำบัดอาการป่วยด้วยดนตรี และเสียงเพลง ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลหลายแห่ง ก็มีการเปิดเพลงให้ผู้ป่วยฟังข้างเตียง ถือเป็นวิธีบำบัดที่ไม่สิ้น เปลืองและง่ายต่อการควบคุม โดยเฉพาะผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจหรือเส้นเลือดอุดตันในสมอง ถ้าได้ฟังเพลงช้าก็มีแนวโน้มจะส่งผลให้อาการป่วยดีขึ้น.


ขอขอบคุณ ไทยโพสต์

ผ่อนคลาย แบบง่ายๆจากของใกล้ๆตัว

  1. วันนี้เรามาดูวิธี ผ่อนคลาย แบบง่ายๆจากของใกล้ๆตัว กันดีกว่านะคะ แล้วขอบอกว่าวิธีที่นำมาฝากกันในวันนี้ ง่ายสุดๆ หาได้ไม่ยาก ทำแล้วดีขึ้นแน่นอนอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นหนุ่มๆที่ลองทำตามวิธีเหล่านี้ ก็อย่าลืมไปบอกต่อกับคนใกล้ตัวด้วยนะคะ จะได้อารมณ์ดี สุขีกันถ้วนหน้า ^__^

  1. ฝึกกลั้นหายใจ สามารถชะลอหน้าไม่ให้แก่ก่อนวัย : หายใจออกทางปากอย่างช้าๆ จนสุดลม แล้วหายใจเข้าทางจมูกอย่างช้าๆ ให้เต็มปอด กลั้นไว้ระยะหนึ่ง แล้วจึงหายใจออกอย่างช้าๆ ทำแบบนี้วันละ 2 ครั้งๆ ละ 20 นาที จะช่วยชะลอผิวไม่ไห้แก่ก่อนวัยและลดรอยหมองคล้ำ


  1. กินส้มช่วยแก้อาการเซ็ง : สาเหตุก็เพราะ การรับประทานส้มโดยปอกเปลือกเอง จะมีกลิ่นส้มที่ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และวิตามินซีที่ร่างกายได้รับในจำนวนที่เพียงพอ ช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คลายเครียดลงได้ดีออกมาด้วย



  2. กินช็อคโกแลต ช่วยลดอาการแก้ไอ : สาเหตุก็เพราะ โกโก้ที่ใช้ทำช็อคโกแลตมีสารที่ชื่อว่า ธีโอโบรไมน์ จะออกฤทธิ์ที่เส้นประสาท ชื่อเวกัสเนอร์ที่ทำหน้าที่ที่เกี่ยวกับการไอ ทำให้สามารถหยุดอาการไอเรื้อรังอย่างได้ผล

  1. กินบ๊วยช่วยเพิ่มกำลัง : สาเหตุก็เพราะ การที่คนเรามีอาการเหนื่อย อ่อนเพลียก็เพราะ กรดในเลือดสูงร่างกายไม่สามารถปรับดุลความเป็นด่างได้ทัน แต่บ๊วยมีความเป็นด่าง Ph 7.35 ใกล้เคียงกับเลือดของคนเรา การกินบ๊วยจึงช่วยถ่วงดุลความเป็นด่างได้


  1. กินเนยก่อนนอน ทำให้นอนหลับสนิทขึ้น : สาเหตุก็เพราะ ในเนยมีกรดอะมิโนที่มีชื่อว่า ทริปโตพันซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และสะกดให้หลับได้สนิทดีขึ้น


  1. การยืนเอาปลายนิ้วมือแตะปลายนิ้วเท้า จะทำให้ผิวหน้าดูสดใส : ให้เอาปลายนิ้วมือแตะที่ปลายนิ้วเท้า ก้มตัวต่ำๆ ค้างไว้นับ 1-30 แล้วค่อยๆ ยืนขึ้น จะส่งผลทำให้โลหิตบริเวณหนังศีรษะและใบหน้าหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลทำให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้นด้วย

ใครที่เหนื่อย หรือเครียดจากทำงาน ลองทำตามดูนะคะ :) ไม่ยากเลยซักนิด แค่คิดแล้วก็ทำ

 

8 อารมณ์ด้านมืด ที่บ่อนทำลายชีวิตรัก


เราทุกคนต่างมีด้านของ อารมณ์ที่ไร้เหตุผลและบ่อนทำลายตัวเอง และด้านมืดนี้อาจทำลายชีวิตคู่ของคุณในแบบที่คุณไม่รู้ตัวก็ได้ และนี่คือลักษณะที่พบกันบ่อยที่สุด ซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อสัมพันธภาพของคุณได้

1. คุณชอบนับแต้ม การ แข่งขันสามารถทำให้ชีวิตรักกลายเป็นสนามรบอันเลวร้ายได้อย่างรวดเร็ว คุณจะเป็นผู้ชนะได้อย่างไร ถ้าต้องจ่ายด้วยราคาที่ทำให้คนที่คุณรักต้องเป็นผู้แพ้ สัมพันธภาพที่แข็งแกร่งต้องสร้างอยู่บนความเสียสละและความห่วงใยกัน ไม่ใช่ด้วยอำนาจและการควบคุม การแข่งขันอาจทำให้ความรื่นรมย์ ความมั่นใจ และความงอกงามหดหายไปจากสัมพันธภาพ

2. คุณชอบจับผิด ไม่มี อะไรผิดกับการวิจารณ์ในเชิงสร้างสรรค์หรือชี้แนะ เพื่อให้สัมพันธภาพดีขึ้น แต่บ่อยครั้งมันมักกลายพันธุ์เป็นเรื่องของการจับผิด ที่คุณหมกมุ่นอยู่กับข้อบกพร่องและความไม่สมบูรณ์แบบ แทนการหาคุณค่าในตัวคู่ของคุณ เลิกตามจิกเขาเสียที และคุณจะเห็นอะไรที่ดีๆ ในตัวเขามากขึ้น

3. คุณต้องถูกเสมอ ถ้าคุณคิดเช่นนั้น ก็เท่ากับคุณพร้อมที่จะต่อสู้จนตัวตาย--และจนกระทั่งสัมพันธภาพของคุณต้องสิ้นสุดลงไปด้วย



4. คุณชอบโจมตี เวลา เถียงกันทีไร คุณก็จะกลายเป็นนักฆ่าขึ้นมาทันที ด้วยน้ำเสียงและถ้อยคำอันเชือดเฉือน มันอาจได้ผลประโยชน์ในระยะสั้น แต่เป้าหมายของการโจมตีกันนี้จะกลายเป็นความขมขื่นและขุ่นข้องหมองใจ และทำให้มันยากขึ้นที่จะแก้ไขผลเสียที่ตามมา

5. คุณไม่จริงใจ เพราะ คุณขาดความกล้าที่จะตรงไปตรงมาในสิ่งที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดและปัญหาใน สัมพันธภาพของคุณ คุณวิจารณ์คู่รักของคุณในเรื่องหนึ่ง ทั้งที่คุณไม่พอใจหรือหงุดหงิดใจในอีกเรื่องหนึ่งมากกว่า สิ่งที่เป็นจริงไม่เคยถูกเผยออกมา และสิ่งที่พูดอกมาก็ไม่เคยเป็นเรื่องจริง ประเด็นที่แท้จริงจะค่อยๆ ระเบิดออกมาในท้ายที่สุดในแบบที่เลวร้าย

6. คุณไม่เคยให้อภัย คุณ เก็บกักตัวเองอยู่กับความเจ็บปวดและขมขื่น และพลังงานในแง่ลบก็อาจอัดแน่นอยู่ในทุกมุมของหัวใจ ถ้าคุณกลืนความขุ่นข่องหมองใจเอาไว้ และปฏิเสธที่จะให้อภัย คุณก็จะทำลายชีวิตทั้งของตัวเองและสัมพันธภาพของคุณ คุณไม่อาเจปลี่ยนอดีตได้ แต่คุณสามารถรับมือกับผลของความรู้สึกและความเจ็บปวดได้ด้วยการให้อภัยอย่าง แท้จริง

7. คุณถมไม่เต็ม คุณดูจะไม่เคยได้รับความพึงพอใจ ความรัก ความใส่ใจมากพอหรือเปล่า คู่ของคุณจะหงุดหงิดที่ดูเหมือนจะไม่เคยเติมเต็มคุณได้เลย และความกระหายทีไม่เคยเต็มอิ่มจะทำให้คู่ของคุณไม่เคยได้หยุดพัก ปล่อยตัวเองจากความรู้สึกไม่เพียงพอ และหาหนทางอื่นที่จะรู้สึกถึงคุณค่าของตัวเองเสียก่อน

8. คุณยอมแพ้ เมื่อ มีแต่เรื่องเลวร้ายล้อมรอบชีวิตของคุณ คุณอาจนึกหาทางออกไม่เจอ คุณจะสิ้นหวัง เหงาหงอย และเชื่อว่าคุณติดกับดัก จงเข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาแทนที่จะยอมแพ้




ขอบคุณ sanook.com
Page:12345678 BackNext